“ปรุงแต่ง” สักนิดเราจะรับรู้ได้ดีขึ้น

Image result for รับฟัง

การรับรู้ไม่มีกฎตายตัวคุณจะใช้วิธีไหนก็ได้ครับ ขอแค่เป็นวิธีที่ตัวเองถนัดก็พอแต่สำหรับมือใหม่ที่ยังหาแนวทางของตัวเองไม่เจอผมมีเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆมาฝาก

วิธีรับลูกที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือการรับฟังและแสดงความรู้ต่อสิ่งที่คู่สนทนาพูดด้วยการส่งเสียงตอบรับหรือแสดงความเห็นเล็กๆในน้อยคนพูดไม่เก่งมักชอบใช้วิธีตอบรับสั้นสั้นเช่น อืม หรือ ค่ะ เข้าใจแล้ว แต่การตอบรับสั้นสั้นแบบนี้สามารถกลายเป็นการรับลูกที่ยอดเยี่ยมได้ถ้ามีการปรุงแต่งเพิ่มเข้าไปสักเล็กน้อยลองคิดดูว่าถ้าคุณกำลังเล่าเรื่องอะไรก็ตามให้คนอื่นฟังแต่เค้าทำหน้าเรียบเฉยแล้วตอบคำแค่อืม คุณจะรู้สึกอย่างไรครับผมเคยเห็นคนพูดไม่เก่งหลายคนทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะรู้สึกเบื่อหรือไม่รู้จักมารยาทหรอกนะครับแต่พวกเขาไม่รู้จริงๆว่าควรทำอย่างไรถ้าคุณก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่หรืออยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นผมแนะนำให้คุณหัดปรุงแต่งด้วยการแสดงอารมณ์เล็กๆในน้อยประกอบครับ

ตัวอย่างเช่นเวลาที่คู่สนทนาเล่าถึงประสบการณ์น่าดีใจให้ฟังคุณควรตอบรับด้วยรอยยิ้มแสดงความยินดีหรือเวลาที่เค้าบอกข้อมูลบางอย่างคุณก็ไม่ควรพูดแค่เหรอแต่คุณเสริมความรู้สึกตื่นเต้นหรือขอบคุณเข้าไปด้วยเช่นจริงหรอไม่เคยรู้มาก่อนเลย! การทำแบบนี้จะทำให้คู่สนทนารู้สึกว่าคุณให้ความสนใจกับสิ่งที่เขาพูดอยู่จริงๆทำให้เขารู้สึกอยากคุยต่อและส่งผลให้การส่งลูกทำได้ง่ายขึ้นครับ

ส่งลูก

ถ้าหัวใจหลักของการรับรู้คือการรับฟังหัวใจหลักของการส่งลูกก็คือการตั้งคำถาม

สำหรับคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่พูดไม่เก่งการเป็นฝ่ายฟังคนอื่นตอบคำถามนั้นง่ายกว่าการเป็นคนตอบเองมากหรืออาจกล่าวได้ว่าแค่ถามคำถามเป็นเราก็เอาตัวรอดในเกมพูดคุยได้อย่างไม่ลำบากแล้ว

คุณเคยสังเกตมั้ยครับว่าเวลาจะถามคำถามเรามากรู้ว่าไม่ควรทำอะไรเช่นไม่ควรทำเรื่องการเมืองหรือไม่ควรถามละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวแต่เรากลับไม่ค่อยรู้กันว่าเราควรทำอะไรผมจึงจะขอเน้นนี้เป็นเรื่องนี้พิเศษอย่างไรก็ตามถ้าจะให้ฉีดเฉพาะลงไปว่าคำถามอะไรที่ควรทำบ้างต่อให้ใช้เวลาเป็นปีก็คงจะพูดไม่จบเพราะสิ่งที่สามารถทำได้มีมากมายพอๆกับการนับจำนวนดวงดาวบนท้องฟ้าเลยทีเดียวผมจึงจะอธิบายหลักการใหญ่ใหญ่เพื่อให้คุณนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ในบทความต่อไปครับ

การตั้งใจฟังแบบ 100%เต็ม

Image result for ตั้งใจฟัง

การตั้งใจฟังแบบ 100% เต็มคืออะไรคำตอบก็ตรงตามตัวอักษรเลยครับมันคือการทุ่มสมาธิฟังคู่สนทนาแบบไม่ปล่อยให้มีอะไรหลุดรอดไปได้แม้แต่เรื่องเดียวไม่เฉพาะสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอกเท่านั้นสิ่งที่ต้องฟังยังรวมถึงน้ำเสียงสายตาและท่าทางที่สื่อออกมาเวลาที่ไม่รู้จะตอบคำถามคู่สนทนาอย่างไรส่วนใหญ่แล้วปัญหาก็จะมาจากการที่เราไม่ได้ตั้งใจฟังแบบ 100% เต็มจึงไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรการพูดคุยจึงจะดำเนินต่อไปได้อย่างลื่นไหลและตั้งคำถามไม่ถูกเพราะไม่ได้ตั้งใจฟังให้ดี

ดูอย่างคุณทะโมะริก็ได้ครับ ถ้าสังเกตุดีดีคุณจะเห็นว่าคนที่คุยกับเขาคุยด้วยจะดูผ่อนคลายไม่ค่อยทำหน้าลำบากใจเวลาพูดและที่สำคัญพวกเขายังแทบไม่เคยทำอะไรกลับเลย ทั้งนี้เพราะเค้ารู้หน้าที่ดีว่าหน้าที่ของพิธีกรไม่ได้มีแค่การชวนคุยหรือถามคำถามแต่ยังรวมถึงการฟังด้วยร้านที่จริงเทคนิคของเขาเน้นไปที่การฟังมากกว่าการพูดเสียอีกและนี่ก็คือคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักสื่อสารอันดับต้นต้นของประเทศญี่ปุ่นครับ

เกมส์พูดคุยกับการรับลูกส่งลูกและเลี้ยงลูก

Image result for talking

เกมส์พูดคุยที่ลื่นไหลต้องอาศัยความร่วมมือแรงร่วมใจหรือจังหวะจะโคนที่เข้ากันได้ของทั้งสองฝ่าย ลองนึกถึงฟุตบอลก็ได้ครับทีมจะเล่นได้ดีก็ต่อเมื่อสมาชิกในทีมสามารถรับลูกส่งลูกเลี้ยงลูกได้อย่างคล่องแคล่วดังนั้นเรามาดูกันว่าการรับลูกส่งลูกและเลี้ยงลูกในบริบทของการพูดคุยเป็นอย่างไร

ในเกมพูดคุยทุกครั้งสิ่งแรกที่เราต้องทำคือการกับลูกคุณอาจสงสัยว่าเราจะรับลูกได้อย่างไรในเมื่อยังไม่ทันได้คุยกันเลยซักคำแต่จริงๆแล้วการที่คุณมีความตั้งใจที่จะคุยกับเขาก็ถือเป็นการรับลูกแล้วครับและการรับฟังสิ่งที่เขาพูดก็นับว่าเป็นการรับลูกด้วยเช่นกัน

เมื่อรับลูกแล้วขั้นตอนต่อไปในระหว่างที่คุยกันก็คือการส่งลูกซึ่งเป็นการนำเอาความตั้งใจที่จะคุยกับอีกฝ่ายมาทำให้เป็นรูปธรรมด้วยการทักทายและใช้เทคนิคตั้งคำถาม

หลังจากนั้นเมื่ออีกฝ่ายตอบหรือทำกับเราก็ต้องเลี้ยงลูกด้วยการตอบคำถามเล่าเรื่องของตัวเองหรือตั้งคำถามใหม่พูดยังไงก็คือทำให้บทสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อยเรื่อยนั่นเอง

รับลูก

การรับรู้เป็นขั้นตอนที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะนอกจากจะเป็นขั้นตอนแรกแล้วมันยังส่งผลต่อเกมที่เหลือทั้งหมดด้วยถ้าคุณรับลูกได้ดีการพูดคุยจะรั่วไหลอย่างไม่น่าเชื่อแต่ถ้าคุณไม่เอาใจใส่กับรับลูกพลาด ขั้นตอนที่เหลือก็จะยากตามไปด้วยตั้งแบบนี้อาจจะมีบางคนเริ่มเกร็งเพราะกลัวว่าจะทำพลาดแต่ไม่ต้องกลัวไปนะครับเพราะในขั้นตอนนี้จะเน้นที่การฟังมากกว่าการพูดคนพูดไม่เก่งจึงสามารถทำได้ดีคุณคงยังจำเทคนิคตั้งคำถามในบทที่แล้วได้ใช่ไหมครับผมบอกไว้ว่าถ้าคุณใช้เทคนิคตั้งคำถามได้อย่างเชี่ยวชาญคุณจะแทบไม่ต้องเป็นฝ่ายพูดอะไรเลยอย่างไรก็ตามคนที่ยังไม่ชำนาญอาจเคยเจอกับสถานการณ์ที่ถามไปแล้วถูกทำกลับจนไปต่อไม่เป็นในกรณีนี้เทคนิคการปรับลูกจะช่วยคุณรู้ว่าทำพลาดตรงไหนและจะแก้ไขได้อย่างไร

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมจะขอเริ่มต้นด้วยเข็ดหลาบสำคัญที่สุดการรับลูกนั่นก็คือการตั้งใจฟังแบบ 100% เต็ม

ทำไม “ตัดผมมาเหรอ” จึงเป็นคำถามชั้นยอด

Image result for คำถาม

ทำไมคำถามที่ดูสุดแสน ธรรมดายังตัดผมมาเหรอถึงได้กลายเป็นคำถามที่รู้จักกันดีที่สุดในญี่ปุ่นเรามาลองพิจารณากันไปทีละขั้นดูครับ  เหตุผลข้อแรกก็คือคำถามนี้บ่งชี้และให้ความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงของคู่สนทนาการแสดงออกว่ารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคู่สนทนาเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลดีมากครับเพราะคนส่วนใหญ่จะดีใจเวลามีคนสังเกตุเห็นอะไรใหม่ใหม่ของตัวเองลองนึกถึงผู้หญิงเวลาทำผมทรงใหม่หรือเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวดูก็ได้ถ้าไม่มีใครทักสักคนเธอคงจะผิดหวังอยู่ไม่น้อยถ้าแย่หน่อยก็อาจเสียความมั่นใจไปเลยนอกจากนั้นต่อให้อีกฝ่ายไม่ได้ตัดผมหรือทำอะไรต่างจากเดิมเลยการทักแบบนี้ก็ยังทำให้เขารู้สึกดีได้ยิ่งถ้าคุณเสริมว่าสงสัยเพราะคุณดูดีขึ้นแน่เลยครับผมเลยนึกว่าไปตัดผมมาผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก

ส่วนเหตุผลข้อที่สองก็คือเพราะมันเป็นคำถามที่ตอบง่ายและไม่สร้างภาระให้กับอีกฝ่ายซึ่งถือเป็นคำถามในอุดมคติสำหรับเกมพูดคุยลองนึกดูสิครับว่าถ้ามีคนมาถามคุณว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่จอดรถเกณฑ์อายุของผู้บรรลุนิติภาวะจาก 20 ปีลงไปแน่นอนว่าคำถามนี้ไม่มีอะไรเสียมารยาทแต่ถ้าคุณไม่ใช่คนที่สนใจติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษคุณคงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าการตอบคำถามนี้เป็นภาระและบรรยากาศการสนทนาก็จะพลอยอึดอัดไปด้วย

เหตุผลข้อต่อมาที่ทำให้คำถามนี้ยอดเยี่ยมมากก็เพราะมันเกี่ยวกับตัว คู่สนทนาโดยตรงจึงเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เล่าเรื่องของตัวเองครับตัวอย่างเช่นถ้าเค้าไปตัดผมมาจริงๆนอกจากจะดีใจที่มีคนทักแล้วเขายังจะนะรู้สึกสบายใจที่จะแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองหรือต่อให้ไม่ได้ตัดผมมาคำถามนี้ก็เปิดโอกาสให้เขาพูดเรื่องส่วนตัวได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงเช่นไม่ได้ตัดหรอกแค่เปลี่ยนเจลแต่งผมน่ะหรือลองมัดผมแบบใหม่ดูเฉยเฉยกันคุยเรื่องส่วนตัวเล็กๆในน้อยแบบนี้จะนำไปสู่บรรยากาศการพูดคุยที่ดีได้ไม่ยากครับ

เหตุผลข้อที่สี่นี่ชัดเจนในตัวอยู่แล้วนั่นก็คือมันเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจที่เรามีต่อเขาและเหตุผลข้อที่ห้าซึ่งเป็นข้อสุดท้ายก็คือเพราะไม่มีใครลืมว่าตัวเองตัดผมมาตั้งแบบนี้คุณอาจจะคิดว่าพูดเล่นมนุษย์เราลืมเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ง่ายกว่าคิดมากหากคุณถามคนอื่นว่าไปซื้อเสื้อมาจากที่ไหนหรือก็เป็นไปได้ที่เค้าจะลืมไปเรียบร้อยแล้วในขณะที่การตัดผมเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่จำได้แม่นแถมยังตอบได้โดยไม่ต้องคิดทบทวนให้วุ่นวายทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมคำถามที่ดูแสงธรรมดาถึงได้เป็นคำถามในอุดมคติของเกมพูดคุยเพราะมันเต็มไปด้วยความคำนึงถึงอีกฝ่ายอย่างถึงที่สุดนั่นเอง

พัฒนาทักษะในการตั้งคำถาม

คำถามที่รู้จักกันดีที่สุดในญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงคำถามที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในญี่ปุ่นแน่นอนว่าต้องเป็นตัดผมมาเหรอพิธีกรขวัญใจประชาชนท่านหนึ่งที่คล่ำหวอดในวงการบันเทิงมาหลาย 10 ปี มีคนมากมายพยายามหาคำตอบว่าอะไรที่ทำให้คุณพิธีกรท่านนี้ประสบความสำเร็จถึงขั้นนี้ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ

ในความเห็นของผมเคล็ดลับของคุณพี่ก่อนทั้งนี้เรียบง่ายแต่ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อนั่นก็คือทำเหมือนตัวเองเป็นผู้ชมที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่ในบ้านถ้าลองพิจารณาดูคุณจะเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนที่อยู่ในห้องส่งกับผู้ชมทางบ้านเองก็จะเหมือนเป็นเกมส์พูดคุยรูปแบบหนึ่งจะต่างกันก็ตรงที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พบประเห็นหน้ากัน การโดยตรงคนในห้องส่งพยายามทำให้ผู้ชมทางบ้านรู้สึกดีด้วยกันทำตัวสนุกสนานส่วนผู้ชมทางบ้านก็ใช้วิธีปรับอารมณ์ให้สุขสนานกับการดูรายการซึ่งบางครั้งก็สำเร็จบางครั้งก็ไม่สำเร็จในสถานการณ์แบบนี้คุณพิธีกรท่านนี้เข้ามาเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ชมทางบ้านกับคนในห้องส่งใครก็ตามที่เคยดูรายการของเค้าคนนี้น่าจะนึกภาพตามได้เป็นอย่างดีคุณเห็นใช่ไหมล่ะครับว่าท่านพี่ก่อนจะไม่ค่อยได้เฮฮาแบบคนอื่นๆที่อยู่ในรายการเค้าจะทำตัวเป็นมิตรแต่ก็จะนิ่งเงียบจะหัวเราะออกมาก็ต่อเมื่อมีเรื่องน่าขำจริงๆและไม่เคยพูดแทรกหรือแย่งคนอื่นพูดเค้าเป็นพิธีกรที่เป็นตัวแทนของผู้ชมทางบ้านได้ดีไม่น่าแปลกใจเลยที่เขายังเป็นเจ้าของคำถามที่รู้จักกันดีที่สุดในญี่ปุ่นด้วย

รู้สึกสนุกเข้าไว้

Related image

ไม่ใช่ทุกคนในโลกนี้ที่เป็นคนคุยสนุกแน่นอนว่าระหว่างการสนทนาอาจมีบางครั้งที่คุณรู้สึกเบื่อขึ้นมาและความรู้สึกนั้นถูกส่งต่อไปยังครูสนทนาการพูดคุยก็จะจบลงด้วยทิ้งความรู้สึกไม่ดีเอาไว้แต่อย่าลืมนะครับว่าเวลาที่คิดว่าคนอื่นน่าเบื่อตัวเราเองก็อาจจะน่าเบื่อสำหรับเขาเช่นกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นคุณต้องรู้สึกสนุกเข้าไว้ครับ

ผมเคยได้พบกับนักประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์คนหนึ่งระหว่างที่คุยกันผมก็ถามเล่นเล่นว่าถ้าเกิดต้องประชาสัมพันธ์ให้กับหนังที่ไม่ได้เรื่องเลยจะทำยังไงครับปรากฏว่าเค้าตอบว่าไม่มีคนกำกับคนไหนจงใจสร้างหนังที่ไม่ได้เรื่องหรอกครับ

คำตอบนี้ชี้ให้เห็นว่าเขามีทัศนคติที่ดีมากต่องานที่ทำและเราก็สามารถนำมันมาปรับใช้กับการพูดได้เช่นกันไม่มีใครในโลกนี้อยากเป็นคนน่าเบื่อหรอกครับเราทุกคนล้วนอยากเป็นคนที่ทำให้คนอื่นสนุกไปกับคำพูดของเราด้วยกันทั้งนั้นอย่างไรก็ตามผมเคยพูดกับเราว่าในเกมพูดคุยสิ่งที่สำคัญกว่าเนื้อหาหรือข้อมูลคือบรรยากาศการปรับอารมณ์ตัวเองให้รู้สึกสนุกและพร้อมจะมองเห็นข้อดีของสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจะช่วยให้บรรยากาศดีและการสนทนาลื่นไหลขึ้นโดยอัตโนมัติส่งผลให้คุณสามารถเอาชนะเกมส์พูดคุยได้อย่างง่ายดาย

แสดงความรู้สึกทึ่งบ่อยบ่อย

การแสดงความรู้สึก ทึ่ง เองก็คล้ายกับการชื่นชมตรงที่เป็นการยอมรับในข้อดีหรือความสามารถของคนอื่น แต่เหนือขึ้นไปกว่านั้นตรงที่มันจะมีความรู้สึกนับถือแทรกอยู่ด้วยครับสำหรับคนที่ทำอาชีพนักจัดรายการวิทยุหรือพิธีกรการแสดงความรู้สึกทึ่งถือเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยเพราะมันจะช่วยให้สิ่งที่พูดออกไปน่าสนใจขึ้นกว่าเดิมมากตัวอย่างเช่นสมมุติว่าต้องพูดถึงเพลงใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวระหว่างการพูดว่านี่เป็นเพลงใหม่ที่กำลังจะวางแผงครับเชิญรับฟังได้กลับผมได้ฟังเพลงใหม่ที่รักสุดยอดมาละครับตื่นเต้นสุดสุดจะแอบเปิดให้ฟังกันตอนนี้เลยดีไหมนะคุณคิดว่าแบบไหนกระตุ้นให้คนฟังรู้สึกสนใจได้มากกว่ากันครับ

หลายคนอาจรู้สึกว่าถ้าแสดงความรู้สึกทึ่งออกมาบ๊ายบายจะดูไม่ดีหรือคนอื่นจะมองว่าเราไม่ประสีประสาหรือเปล่าทั้งนี้เพราะเราไปหยุดติดกับภาพหลักที่ว่าคนฉลาดมักจะดูนิ่งนิ่งไม่ค่อยหวั่นไหวหรือประทับใจอะไรง่ายง่ายแต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดถนัดที่จริงลาวยิ่งเรารู้ลึกมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งรู้สึกทึ่งได้ง่ายขึ้นครับดูอย่างเรื่องวายก็ได้ยิ่งเป็นคนที่มีความรู้เรื่องไหวมากเท่าไหร่เค้าก็จะยิ่งเข้าใจแหละเธอครึ่งกับคุณค่าของไวรัสประเภทของมันแต่ละขวดมากเท่านั้นในขณะที่คนทั่วไปจะไม่รู้สึกอะไรเลย

ผมขอยกตัวอย่างสาวผู้เป็นนักเขียนการ์ตูนมาเป็นตัวอย่างนะครับเธอเป็นคนที่ทึ่ง ได้ กลับทุกเรื่องเธอบอกว่าการ์ตูนที่ทำให้เธอทะลึ่งที่สุดก็คือเรื่อง survival เพราะมันทำให้เธอนึกถึงคืนวันที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างถนนหรือตอนที่ได้พบกับผู้ว่าฯการ์ตูนเรื่องโดเรม่อนเธอถึงกับกรี๊ดออกมาแล้วเรียกเขาว่ามหาเทพเลยทีเดียวคุณคิดว่าระหว่างการมีคนผู้ชมคุณด้วยใบหน้านิ่งนิ่งกับคนที่แสดงความรู้สึกออกมาแบบไม่กั๊กคุณจะรู้สึกดีและอยากคุยต่อหน้ากับคนไหนมากกว่ากันครับ

ไม่พยายามอยู่เหนือกว่าคนอื่น

ดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบอยู่เหนือคนอื่นหัดศึกษาประวัติศาสคนจะเห็นว่าการต่อสู้แข่งขันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์เรามาตั้งแต่ยุคโบราณเทคนิคต่างๆที่ผมพูดออกมาเช่น การสนใจในตัวคู่สนทนาการเออออกไปก่อนการร่วมมือร่วมใจกันทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเทคนิคที่มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การพยายามอยู่เหนือกว่าคนอื่นหรือการรู้จักปล่อยวางนั่นเองเพราะเมื่อปล่อยวางได้แล้วเราก็จะไม่กลัวการถูกคนอื่นคิดว่าน่าเบื่อหรือไม่รู้สึกว่าต้องการพยายามพูดให้ตัวเองดูดีหรือดูฉลาดและไม่กลัวที่จะพูดอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามการเอาชนะสัญชาตญาณที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายผมจึงอยากนำเสนอเทคนิคพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้นได้แก่

1. ชื่นชมคู่สนทนา
2. แสดงความรู้สึกทึ่งบ่อยๆ
3. รู้สึกสนุกเข้าไว้

จากนี้ผมจะค่อยๆ อธิบายไปทีละข้อนะครับ

ชื่นชมคู่สนทนา

เทคนิคแรกคือชื่นชมซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ได้ผลกับแทบทุกเกมพูดคุยครับ

การชื่นชมเป็นการตระหนักถึงข้อดีของคนอื่นเรายังบังคับให้เราต้องสนใจสังเกตอีกฝ่ายส่งผลให้เรายึดติดกับตัวเองน้อยลงนอกจากนั้นการชื่นชมยังเป็นกุญแจที่ทำให้การพูดคุยประสบความสำเร็จได้ด้วยนั่นก็เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาที่จะได้รับการชื่นชมแม้แต่คนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างก็ยังรู้สึกดีเวลามีคนมาชื่นชมจากใจจิงรักคุณนะครับช่วงนี้มีคนชมบ้างหรือยังหรือได้ชมใครบ้างแล้วหรือยัง

วันนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าการชื่นชมคนอื่นไม่ได้ส่งผลดีกับแค่ตัวคนถูกชมเท่านั้นคนชมเองก็ได้ประโยชน์กลับไปด้วยขอเพียงชมด้วยความจริงใจโดยไม่เสแสร้งรับรองไม่มีใครเข้าใจผิดว่ากำลังถูกประชดประชันหรือประจบเอาใจอยู่อย่างแน่นอน

การชื่นชมเป็นเทคนิคที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ไงมากยังจำตัวอย่างคำถามเกี่ยวกับเสื้อเชิ้ตที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ได้ไหมครับห่านตอนที่ถามว่าซื้อเสื้อตัวนี้มาจากที่ไหนแล้วเราพูดเสริมไปด้วยว่าเสื้อดูมีรถสนิยมมากเลยครับคู่สนทนาย่อมพอใจและรู้สึกอยากพูดคุยกับเรามากขึ้นเพราะฉะนั้นฝึกชื่นชมคนอื่นตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลยครับ

สนใจในตัวคู่สนทนา

 

Image result for สนใจในตัวคู่สนทนา

เมื่อคุณสามารถทำเรื่องทั่วไปได้อย่างชำนาญแล้วเทคนิคขั้นตอนต่อไปก็คือการถามคำถามที่มีความเฉพาะเจาะจงหรือเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากขึ้นถ้าคุณถามได้อย่างถูกต้องเหมาะสมมันก็จะช่วยให้การสนทนามีรสชาติและรู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีก เผลอๆ อาจพัฒนาความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้แบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

“ยังไม่ทันรู้จักกันดีเลยเราจะทำเรื่องอะไรดีล่ะ”

ไม่ยากเลยครับเคล็ดลับมีอยู่แค่คุณต้องสนใจในตัวคู่สนทนาเสียก่อนเพราะเวลาที่สนใจในอะไรบางอย่างเราจะรู้อยากเห็นจนคำถามผุดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติเหมือนกับเวลาที่เราแอบชอบใครบางคนเราก็จะรู้ขึ้นมาว่าเขามีแฟนแล้วหรือยังจริงไหมล่ะครับ

เมื่อเราปรับอารมณ์ให้คู่สนทนาสนใจเราได้แล้วเรื่องที่เคยมองข้ามก็จะกลายเป็นเรื่องที่ชวนให้สงสัยใครรู้เช่นคนที่เราคุยด้วยสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ดูดีมีราคาแต่สีหน้าเค้าดูอ่อนล้าในกรณีนี้ถ้าใช้คำถามสูตรสำเร็จเราก็อาจจะถามเขาว่า ซื้อเสื้อตัวนี้มาจากที่ไหนเหรอครับ ซึ่งเป็นเรื่องทั่วๆไปไม่มีความเฉพาะเจาะจงแต่ถ้าใช้เทคนิคสนใจในตัวคู่สนทนาคำถามของเราก็จะกลายเป็นช่วงนี้งานยุ่งเหรอครับ

นอกจากการสังเกตุคู่สนทนาแล้วคุณยังสามารถใช้วิธีจินตนาการได้อีกด้วยผมแนะนำให้คุณลองจินตนาการดูว่าคนที่เราคุยด้วยปกติแล้วเค้าใช้ชีวิตอย่างไรโดยใช้สิ่งที่เรามองเห็นตรงมาเป็นข้อมูลเช่นภาพผิวคล่ำแดดก็แสดงว่าเค้าน่าจะทำงานกลางแจ้งหรือไม่ก็มีงานอดิเรกเป็นการเล่นกระดานโต้คลื่นหรือปีนเขาพอคิดได้แบบนี้คำถามก็จะผุดขึ้นมาอีกมากมายคุณสามารถถามเค้าได้ว่าผิวแทนกำลังสวยเลยไปเที่ยวมาหรือเปล่าครับหรือจะเป็นชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งเหรอครับก็ได้เทคนิคนี้จะทำให้การพูดคุยดูมีชั้นเชิงมากขึ้นทั้งยังเป็นการฝึกให้เราเป็นคนช่างคิดช่างสังเกตุและที่สำคัญคนที่เราคุยด้วยยังรู้สึกดีมากกว่าเดิมเพราะคำถามแบบนี้แสดงให้เค้าเห็นว่าเราอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาจริงๆไม่ใช่แค่ชวนคุยตามมารยาท

ตั้งคำถามโดยคำนึงถึงคู่สนทนา

เทคนิคการเล่นเกมพูดคุยด้วยการตั้งคำถามไม่มีอะไรซับซ้อนเพียงแค่ถามเรื่องทั่วไปที่ไม่เสียมารยาทและพยายามถามโดยคำนึงถึงคู่สนทนาเป็นหลัก

เรามาลองปฏิบัติจริงกันดีกว่าคุณคิดว่าคำถามที่แสดงให้เห็นว่าเราสนใจในตัวคู่สนทนาเป็นคำถามกลางๆไม่ชวนให้เกิดความขัดแย้งและสามารถตอบได้ง่ายมีอะไรบ้างครับ

บ้านเกิดอยู่ที่ไหนเหรอ?

เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับทำแบบนี้ทุกคนน่าจะตอบได้ไหนลองตอบกันดูหน่อยสิครับ

มีคนตอบว่าเวียดนามด้วยพูดจริงหรือเปล่าครับเอาล่ะพอได้คำตอบแล้วขั้นตอนต่อไปก็ให้ตั้งคำถามต่อครับเช่นเอเวียดนามส่วนไหนของเวียดนามหรือใช้เมืองโฮจิมินห์หรือเปล่าชื่อเก่าของเมืองโฮจิมินห์คือไซง่อนใช่ไหม

เพียงเท่านี้เราก็จะพูดคุยไปได้เรื่อยเรื่อยเมื่อจบเรื่องหนึ่งก็ให้ตั้งคำถามอีกเรื่องหนึ่งต่ออาจจะเป็นเรื่องอาหารที่ชอบสภาพอากาศหรือการเดินทางท่องเที่ยวก็ได้สิ่งเดียวที่ต้องจำไว้ก็คือ ประเด็นที่คุยควรเป็นเรื่องของคู่สนทนาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องของตัวเองเลยแต่ตั้งคำถามสำหรับอีกฝ่ายก็พอ ไม่มีใครรู้สึกไม่ดีเวลามีคนแสดงออกอย่างจริงใจว่าสนใจในตัวเราหรอกครับที่สำคัญเพราะทำแบบนี้คนพูดไม่เก่งก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย เท่ากับได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียว