การคิดตามองค์ประกอบสามประการของการค้าขาย

ตอนนี้เรามาย้อนดูวิธีขายของร้านอุโอเกะและซอลโก พร้อมกับทบทวนองค์ประกอบสามประการที่เป็นพื้นฐานของการค้าขายกันดีกว่า

1. สินค้า
ราคาทั้งสองนี้ต่างมีความเชื่อมั่นในสินค้าของตนเองโดยร้านหนึ่งจะเชื่อมั่นในซาชิมิส่วนอีกร้านจะเชื่อมั่นในเกลือว่าสิ่งที่ชูรูปรักของร้านให้โดดเด่นและเป็นที่จดจำกลับไม่ใช่สิ่งของแต่เป็นความแปลกใหม่ที่หาได้จากร้านค้าซึ่งขายด้วยเทคนิคแต่แบบได้ผลชะงัดนอกจากนี้ยังมีความสนุกจากการได้เลือกเพิ่มเข้ามารวมถึงการต้อนรับทั้งในลักษณะรูปธรรมและนำมาทำบางครั้งก็เป็นแบบให้เปล่าบ้างก็เป็นแบบคิดค่าบริการและแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้านแต่สิ่งหนึ่งที่เป็น. พร้อมกันก็คือวิธีการขายอันนี้เอกลักษณ์จนกลายเป็นพระเอกที่ช่วยชูให้สินค้าโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธียัดเยียดการขาย

2. ผู้ซื้อหรือลูกค้า
ทั้งสองร้านตั้งอยู่ในย่านร้านค้าเดียวกันร้านหนึ่งขายซาชิมิส่วนอีกร้านขายเกลือซึ่งอายุชัยและประโยชน์ใช้สอยของสินค้านี้เองเป็นตัวแปลทำให้แนวคิดต่อกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันไปร้านอุโอะเกะ มีกลุ่มลูกค้าประจำที่ดันโดนเดินทางมาไกลอยู่ด้วยก็จริงแต่โดยส่วนมากจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสียมากกว่าซึ่งเถ้าแก่เนี่ยผู้ทำหน้าที่พนักงานขายกล่าวว่าลูกค้าในย่านนี้จะค่อนข้างเป็นคนช่างเลือกดังนั้นทำให้ขายสินค้าที่ดีในราคาประหยัดเผลอแป๊บเดียวเค้าก็จะเปลี่ยนใจไปหาร้านอื่นกันหมดเพราะอย่างนี้เราถึงต้องอัดเอาการขายซาชิมิบุฟเฟ่มาใช้

ทุกวันนี้รณีได้มีการจัดโต๊ะแล้วก็อีไว้ด้านนอกร้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาแวะเวียนมาเที่ยวในวันเสาร์อาทิตย์ซื้อแล้วกินตรงนั้นได้เลยเพราะการเที่ยวไปกินไปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำย่านนี้ไปแล้วทางร้านจึงต้องเพิ่มบริการดังกล่าวเพื่อรองรับลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วย

3. บริษัทหรือร้านค้า
องค์ประกอบที่ผมจะให้พิจารณาว่าร้านอุโอะเกะและซอลโก จัดวางร้านตนเองไว้ในตำแหน่งใด

หากมองเพียงผิวเผินร้านอุโอะเกะ ถ้าไม่ได้ต่างจากร้านขายปลาที่มีให้เห็นกันทั่วไปรูปแบบการบริหารร้านนั้นจะต่างจากร้านขายปลาทั่วไปนั้นเป็นเสมือนเครื่องยืนยันว่าท่ามกลางกระแสความนิยมจับจ่ายใช้สอยในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าการเข้าร้านตามตลาดตอนนี้ก็กำลังจะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเป็นร้านขายปลาสดซึ่งลูกค้าก็จะยอมดันโดนมาซื้อด้วยความเชื่อว่าถ้าเป็นปลาสดก็ต้องร้านนี้เท่านั้นดีไม่ดีเป้าหมายสูงสุดของร้านก็อาจจะเป็นร้านจำหน่ายซาชิมิอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ

ร้านที่ขายด้วยเทคนิคแต่ซึ่งพบเห็นได้ง่ายตามมุมต่างๆ

ผมคิดว่าเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดของการขายด้วยเทคนิคแต่ก็คือการลงมือทำในสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยคาดเดาถึงลองนึกย้อนดูสิว่าคุณเคยเจอสินค้าหรือวิธีขายที่ทำให้คุณร้องอุทานด้วยคำว่าตกใจนี่มันอะไรเนี่ยหรือครึ่งจนต้องพูดว่าโอ้โหบ้างหรือเปล่าบางทีคุณอาจพบว่าการขายด้วยเทคนิคแต่น้ำอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิดก็เป็นได้
ตอนแรกที่ผมจะแนะนำเป็นร้านขายปลาสุดเก่าแกชื่อว่าอุโอเกะ ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1933 และดำเนินกิจการอยู่ที่ยอดนี้มาจนถึงปัจจุบันทุกวันนี้ทายาทรุ่นที่สองเป็นผู้สืบทอดกิจการและถึงแม้เถ้าแก่รุ่นที่สองนี้จะอายุอานามรวม 79 ปีแล้วแต่ก็ยังและปลาในคลองใครแล้วทำงานขมีขมันไม่เปลี่ยน

โดยรูปแบบการไข่มีที่ทำต่อเนื่องมากกว่า 17 ปีทำให้ร้านนี้กลายเป็นร้านดังประจำย่านผมเองก็เป็นคนที่ชอบมาซื้อซาชิมิบุฟเฟ่เพราะบ้านอยู่ใกล้ใกล้แต่นอกจากลูกค้าที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงแล้วก็ยังจะมีลูกค้าประจำที่ดันโดนมาไกลด้วยทางร้านจะแรดมาวางไว้ในถาดเสิร์ฟซูชิที่เราคุ้นตาถาดละแปดถึงเก้าชนิดรวมแล้วมีซาชิมิมากกว่า 20 ชนิดเมื่อถึงคิวลูกค้าก็จะสั่งซาชิมิแบบที่ตนเองชอบได้เท่าที่ต้องการหลังจากได้รับออเดอร์จากลูกค้าแล้วเถ้าแก่เนี่ยเล็กหรือภรรยาเจ้าของร้านรุ่นที่สามก็จะทวนออเดอร์อย่างเสียงดังฟังชัดพลังใช้ตะหลิวทอดไปด้วยแล้วตากซาชิมิตามที่ลูกค้าสั่งใส่ถาดโฟมอย่างคล่องแคล่วและบรรยากาศสมกับเป็นร้านบุฟเฟ่ต์โดยแท้

วิธีการขายเป็นเอกลักษณ์ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการกล้าที่จะตัดสินใจลงมือทำและความพยายามอย่างต่อเนื่อง 17 ปีก็คือปัจจัยสร้างแฟนคลับที่เป็นกลุ่มคนของท้องถิ่นทั้งยังดึงดูดบรรดาลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเดินเที่ยวในงานอีกด้วยแต่อีกร้านหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเพิ่งเปิดใหม่ในย่านนี้เมื่อไม่นานมานี้ร้านนี้ชื่อว่าซอลโกล

ร้านนี้จะขายเกลือโดยเฉพาะว่ามองจากรูปแล้วจะเห็นได้ว่าร้านออกแนวเก๋ไก่สไตล์บูติกดูแล้วไม่เหมือนร้านขายเกลือในจินตนาการของคนส่วนใหญ่ทั้งที่ขายเกลือแต่กลับใช้หลอดทดลองมาบรรจุเกลือและแต่งร้านเสียจนเก๋ไก๋

ภายในร้านก็จะมีเกือถึงสาม 19 ชนิดทั้งที่ผลิตในประเทศและนำจากต่างประเทศบันรุและบรรจุในภาชนะรูปทรงหลอดทดลองดูแปลกตาตั้งเรียงรายตามลำดับหมายเลขซึ่งหลอดแก้วเหล่านี้จะมีส่วนผสมและส่วนเสริมความโดดเด่นให้กับสีลรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของเกลือแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็นแบบเกล็ดหรือผง

ขายด้วยเทคนิค แต่หมายถึงอะไร

วิธีขายที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องนานหลายปีย่อมมีผลสำเร็จตายตัวเป็นเครื่องการันตีผลงานที่สำคัญก็คือสามารถคาดเดาสถานการณ์ได้อย่างจากประสบการณ์และผลงานในอดีตจึงมีความเสี่ยงน้อยแต่ถ้าบรรดาคู่แข่งซึ่งอยู่ในแวดวงเดียวกันใช้วิธีขายเหมือนเหมือนกันหมดจะเป็นอย่างไร

ลองคิดดูสิว่าหากอยู่ในสภาพที่ว่ามีมานานหลายปีเค้าจะเกิดอะไรขึ้นแน่นอนว่าความตื่นตระหนกตื่นตาตื่นใจและความประทับใจของลูกค้าคงค่อยค่อยหมดไปตามกาลเวลาและในที่สุดแล้วสินค้าเดิมๆร้านค้าเดิมๆที่เห็นจนคุณตาก็จะหายไปจากท้องตลาด

บริษัทร้านค้าทุกแห่งล้วนมีวิธีขายของตัวเองที่ปฏิบัติสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นรภายใต้กฎเกณฑ์ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยไม่จำเป็นต้องอธิบายและต่อให้ผลิตสินค้าใหม่ออกมาก็ยังคงใช้วิธีการเดิมเหล่านั้นได้ไม่เปลี่ยนแปลงทว่าเมื่อลองมองในอีกมุมหนึ่งวิธีขายแบบเดิมๆนั้นอาจจะไม่ใช่กดหากแต่เป็นเพียงความคิดฝังใจจากธรรมเนียมที่ปฏิบัติมานานปีเท่านั้น

การขายด้วยเทคนิคแต่คือการศึกษาและค้นหาวิธีขายอย่างอิสระเสรีไม่ยึดติดอยู่กับแนวคิดที่ถูกกำหนดเอาไว้ก่อนหนังสือเล่มนี้จะเริ่มต้นด้วยการแนะนำวิธีสร้างความแปลกใจและตื่นตาตื่นใจแก่ลูกค้าโดยใช้แนวคิดด้านวิธีขายที่ควรปฏิบัติจนคุ้นชินนั่นแหละมาเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมุมมอง

ขณะเดียวกันนี้จะเป็นการทดลองและทดสอบความคิดอันโลดโผนและพลังจินตนาการของคุณดังนั้นจงปลดปล่อยความคิดให้เป็นอิสระอย่ายึดติดกับอะไรทั้งสิ้นเราสนุกไปกับการค้นหาวิธีขายแบบใหม่ใหม่กันดีกว่า

ในบทนี้ผมจะยกแนวคิดและวิธีการของร้านค้า 2 ร้าน กับบริษัทอีกครั้งหนึ่งมาเป็นตัวอย่างพร้อมกับย้อนมององค์ประกอบพื้นฐานสามประการได้แก่

1. สินค้า
2. ผู้ซื้อ
3. บริษัทหรือร้านค้า

ระวังอธิบายนี้ผมก็อยากให้คุณย้อนมองบริษัทหรือร้านค้าของตนไปพร้อมพร้อมกันด้วยอ่ะอันดับแรกผมจะขอคำวิธีการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่เราเริ่มด้วยเรื่องราวของร้านค้าส่วนบุคคลที่ขายด้วยเทคนิคแต่แล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงามก่อน

การเดินทางไปเมืองหนานหนิง

เมืองหนานหนิงเป็นเมืองหลวงทางพรรคใต้แบนให้เป็นที่รู้จักเท่ากุ้ยหลินแต่ก็มีรถไฟเริ่มต้นและสิ้นสุดผ่าน หลายขบวนเช่น ฮานอยในเวียดนาม คุนหมิง เฉิงตู ซีอาน เจิ้งโจว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หนานชาง กุ้ยหลิน

ส่วนรถประจำทางนอกจากเมืองใกล้เคียงอย่างกุ้ยหลิน ก็ยังมีรถไปถึงกว่างโจรวมถึงรถที่วิ่งไปถึงผิงเซียง
และการเดินทางไปเมืองไขหลี่ โดยรถไฟไขหลี่ จะเป็นเมืองใหญ่ที่มีรถไฟผ่านเช่น คุนหมิง และปักกิ่ง เป็นต้น

ส่วนรถประจำทางในบริเวณเฉียนตงหนาน จะมีรถไปกลับไขหลี่ สม่ำเสมอส่วนลดระยะใกล้ไกลอื่นๆก็มีเช่นรถไปกุ้ยหยาง เมืองหลวงของมณฑลถ้าต้องการเดินทางข้ามเขตจำเป็นต้องนั่งรถไปเมืองชายขอบมณฑลก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนรถข้ามไปอีกมณฑลแม้จะยุ่งยากแต่ก็ไม่ได้ลำบากเนื่องจากระยะทางสั้นสั้นมักจะมีรถวิ่งอยู่สม่ำเสมอตลอดวัน

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซี

ตั้งอยู่ในเมืองนั้นหนิงเมืองหลวงของมณฑลกว่างซี ภาคใต้ของประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์ชนกลุ่มน้อยตั้งอยู่กลางเมืองไขหลี่ เมืองใหญ่ห่างจากกุ้ยหยางเมืองหลวงของมณฑลกุ้ยโจไปทางตะวันออกประมาณ 150 กิโลเมตร มณฑลกุ้ยโจวอยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซี ตั้งอยู่ในอาคารคอนกรีตแบบราชการข้างในแบ่งออกเป็นสองชั้นชั้นล่างจัดแสดงกลองมโหระทึกสัมฤทธิ์โบราณและงานสำเร็จอื่นๆอีกบ้างส่วนชั้นบนจัดแสดงแบบจำลองอาคารและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของชาวเขาเผาต่างๆในบริเวณกว่างซีลำบากตรงที่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษน้อยไป บัตรราคา 8 หยวน

พิพิธภัณฑ์ชนกลุ่มน้อยตั้งอยู่ในอาคารคอนกรีตสามชั้นจัดแสดงแบบเรียบง่ายดูขายนิทรรศการชั่วคราวมากกว่าพิพิธภัณฑ์แต่ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชาวเผ่าต่างๆในบริเวณเฉีนนตงหนานได้พอสมควรแม้จะแทบไม่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษเลย บัตรราคา 10 หยวน

และการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์มณฑลกวางซี รถประจำทางสายหกวิ่งจากสถานีรถไฟผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์

ส่วนการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ชนกลุ่มน้อยรถประจำทางสายหนึ่งจากสถานีรถประจำทางแห่งใหม่ของเมืองไขหลี่
ผ่านวงเวียนกลางเมืองและตรงมาที่ร้านค้าผลิตภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในจตุรัสขนาดใหญ่สุดถนนเจาซานหนานลู่ พอดี

ต้ง

ต้ง คือชนชาติหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มชาวไท ตั้งตระกูลของภาษาที่ใช้ขณะที่ชาวไทยตั้งถิ่นฐานกระจายออกไปในพม่าไทยลาวและเวียดนามชาวต้งยังอาศัยอยู่ในเขตทางใต้ของจีน เช่นหูหนา นกุ้ยโจว และกว่างซีอยู่ต่อไป แตกต่างจากชาวเผ่าอื่นๆที่มักโดดเด่นด้วยศิลปะการประดิษฐ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเผ่าต้มกลับสวมใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่ายกว่าแต่ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมการยอมผ้าของตัวเองไว้กระทั่งปัจจุบันเมื่อยามที่เราเดินทางไปถึงหมู่บ้านเจ้าซิง แถบชายแดนมณฑลกุ้ยโจต่อกับมณฑลกวางซียังคงเห็นแม่บ้านต้งทำการยอมถ้าเช่นนั้นอยู่เหมือนเช่นเป็น ชีวิตประจำวันในอดีต

ขั้นตอนการทำก็คือนำผ้าขาวมาย้อมครามด้วยกันค่อยค่อยเคลีพาจุ่มลงไปในถังครามซึ่งมีทั้งสีน้ำเงินสีดำและสีน้ำตาล แขวนตากให้แห้งอาจนำมาย้อมสามให้ได้สีเข้มคนสม่ำเสมอจากนั้นนำมาทุบด้วยไม้ทุบไปเรื่อยเรื่อยจนพระอ่อนนุ่มได้ที่จึงนำมาเคลือบให้ขึ้นเงาและกันยุงด้วยไข่ขาวเมื่อได้มาพักที่สมบูรณ์แล้วจึงนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าที่ยังคงสวมใส่กันอยู่ทั่วไปแม้กระทั่งมีขายในให้นักท่องเที่ยวด้วยหากซื้อตามบ้านคุณป้าคุณยายในหมู่บ้านราคาจะเพียงแค่ 60 หยวนในขณะที่ร้านค้าในเมืองหรือมีพิพิธภัณฑ์อาจขึ้นราคาไปถึง 200 หยวนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันยากจะหาใครเสมอเหมือนชาวต้ง ไม่ใช่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแต่กลับเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ทำด้วยไม้สิ่งที่พิเศษมากๆก็คือความหมดจดของการออกแบบระบบโครงสร้างไม่ให้ออกมาเป็นอาคารที่มีความซับซ้อนสง่างามโดยไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูเลยโดยเฉพาะอาคารที่สำคัญที่สุดในหมู่บ้านซึ่งก็คือหอกลอง สะพานลมฝน และวิธีแสดงการละเล่น

พิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซีและกุ้ยโจว

Related image

ช่วงเดือนสุดท้ายของเราในแผ่นดินอันกว้างใหญ่พื้นนี้ได้ทุ่มเทกับชนชาติอันหลากหลายที่ครอบครองชายแดนทางใต้ของแม่น้ำช้างจียงหรือจะเรียกว่าทางใต้ของแผ่นดินกลางก็ว่าได้หลังจากหมกมุ่นอยู่กับวัฒนธรรมทางภาคตะวันตกภาคเหนือภาคตะวันตกเฉียงใต้และวัฒนธรรมหลวงของภาคกลางมานานเราปลดปล่อยตัวเองออกจากวังวนความเป็นฮั่น แล้วมุ่งหน้าสู่ขุนเขาลำเนาไพรส์อันอุดมสมบูรณ์ของพรรคตายที่ซึ่งสวยงามเรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในโลกสมัยใหม่บางป้ายรถสนิยมของรัฐบาลปัจจุบันชนกลุ่มน้อยหรือชาวเขาในบริเวณนี้มีความหลากหลายจนเวลาเพียงเดือนเดียวไม่เพียงพอที่จะรู้จักได้ทั้งหมดแต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดทั้งจากการเดินทางจริงกินและนอนหรือพบปะพูดคุยกับพวกเขาและจากการศึกษาเพิ่มเติมเพียงฝ่ายเดียวตามพิพิธภัณฑ์

ชีวิตชาวเขาเป็นแบบจำลองของสังคมที่กำลังจะสูญหายไปจากปัจจุบันนึงเพราะเป็นพัฒนาการขั้นสูงของสังคมที่พึ่งพาอยู่ร่วมกันธรรมชาติในขณะที่โลกกำลังหมุนไปสู่ยุคเทคโนโลยีที่ไม่ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่กลับสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกมาแก้ปัญหาหนึ่งหนึ่งเพียงเพื่อสิ่งนั้นจะได้ก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งพี่มาแทนแต่โลกก็เดินทางมาไกลมากอาจจะไกลเกินไปที่จะหยุดแล้วย้อนกลับไปใหม่ได้

อีกครั้งที่เราเดินทางโดยรถไฟจากเซี่ยงไฮ้เมืองที่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของสภาพสังคมวัตถุนิยมแบบปัจจุบันมาถึงหวยฮว่า เมืองชุมทางรถไฟทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนานแล้วตอบรถประจำทางข้ามทุ่งนาป่าเขาต่อไปอีกประมาณ 4 ชั่วโมงเพื่อจะให้ได้ไปถึงเมืองใหญ่ของชาวเขาเผ่าเหมียวที่ชื่อว่าเฟิ่งหวง จุดเริ่มของเส้นทางศึกษาวัฒนธรรมชาตินิยม

ย้อนหลังกลับไปเมื่อครั้งโบราณงานศิลปะที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดของวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยก็คือกลองมโหระทึกที่ทำจากสัมฤทธิ์ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลายในบริเวณตอนใต้ของจีนไปยังกระจัดกระจายออกไปใกล้ถึงเวียดนามลาวไทยมาเลเซียและอินโดนีเซียด้วย

ก็มโหระทึกในพิพิธภัณฑ์มณฑลนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นที่นิยมในบริเวณนี้ด้วยจำนวนที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์มีมากกว่า 50 ชิ้นแรกที่ค้นพบในมณฑลมีมากกว่า 1000 ชิ้นเลยทีเดียวรวมไปถึงชิ้นเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งในจีนก็คือ 2000 ปีโดยประมาณและชิ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยแต่ความมีเสน่ห์ของโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่อายุหรือขนาดแต่อยู่ที่เรื่องราวที่ถูก เราเล่าๆรูปร่างทรงกลมเหล่านั้นโดยทางตรงแล้วกลองสัมฤทธิ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเชิงศิลปะและงานช่างทางศิลปะการหล่อการวาดการปั้นส่วนทางอ้อมภาพที่เล่าในเชิงชิ้นงานแสดงเห็นถึงพิธีกรรมศิลปะดนตรีการละเล่นเป็นระบำและเดี๋ยวอีกมากมาย

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เครื่องเคลือบ

Image result for พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เครื่องเคลือบ จิ่นเต๋อเจิ้น

และโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ในตัวเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มึงใช้ของมณฑลเจียงสี่ใกล้กับมณฑลอันฮุย ภาคตะวันออกของ สาธารณรัฐประชาชนจีน

พี่พิทพันธ์แล้วโรงงานปัจจุบันทางการได้รวมไว้เป็นที่เดียวกันเราเรียกชื่อว่าJindezhen Pottery Culture Exhibition Spot ตั้งอยู่ในรั้วรอบขอบกลุ่มอาคารเก่าสมัยราชวงศ์หมิงจัดแสดงแยกเป็นส่วนส่วนแตกต่างจากการจัดแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไปหรือบรรยากาศแบบเปิดทำให้รู้สึกผ่อนคลายไม่ได้เบื่อใครเดินอยู่ในสวนหน้าบ้านเก่าเก่าของคนที่คุ้นเคยกันแบ่งเป็นแสดงกรรมวิธีการผลิตส่วนการแสดงโชว์และส่วนขายโดยรับรอบก็เป็นสวนป่าร่มรื่นภายในใครเป็นชุมชนช่างฝีมือเล็กลายเนื่องจากมีขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันในการชมดับเร็วเร็ว บัตรราคา 50 อยู่หยวน

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์

รถประจำทางสายหกวิ่งจากสถานีรถไฟผ่านหน้าซุ้มประตูทางเข้าเป็นจะพันซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสามแยกที่ถนนซือตูต้าเต่า ตัดกับถนนซินเฟิงลู่ จากนั้นเดินทางจากตรงนั้นเดินเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

การเดินทางไปเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น

โดยรถไฟจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ไม่มีรถไฟผ่านมากเหมือนเมืองใหญ่แต่ก็มีเช่นจากปักกิ่ง หนานจิง คุนหมิง กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น

จักรพรรดิเจินจง

จักรพรรดิเจินจง แห่งราชวงศ์ส้มเป็นผู้กระทำอันยิ่งใหญ่ด้วยเป็นยุคสมัยแรกที่เครื่องเคลือบจิ่งเต๋อเจิ้น ได้รับเอกสิทธิ์ในราชสำนักแต่ผู้เดียวในสมัยซ่งนี้การทำเครื่องเคลือบ ได้รับการพัฒนาไปไกลแล้วความสามารถทำสีสันและเทคนิคได้หลากหลายมากนิยมออกแบบรูปร่างให้เรียบง่ายหากมีลวดลายก็กลายเป็นได้เปรียบเป็นความงามที่สงบเสงี่ยมและมีวิธีการใช้สีเดียวกันทั้งชิ้นงานก็ทำให้เครื่องเคลือบซ่ง ดูเคร่งขรึมสง่างามโดยเฉพาะเมื่อราชวงศ์ซ่ง นำพาแผ่นดินกลางกลับมารุ่งเรืองบนทางสายใหม่อีกครั้งต่อจากสมัยถังศิลาดล เครื่องเคลือบสีเขียวเทาจังได้กลายเป็นความงามอันเป็นสากลที่แม้แต่อียิปต์หรือเปอร์เซียก็อาจปฏิเสธไม่ได้

วิธีการขึ้นรูปของเครื่องเคลือบจีนโบราณคือขึ้นรูปดินเหนียวเปียกด้วยฟันเชือก สกลไปถึงปากของภาชนะจากนั้นก็ใช้การทุบตีดินเหนียวให้เรียบร้อยได้รูปตามต้องการก่อนจะนำไปเขาด้วยใส่ในสมัยต่อมาได้มีการคิดค้นพะมอน หรือแป้นหมุนอย่างที่ใช้ในปัจจุบันขึ้นซึ่งวิธีใช้ก็คือนำเอาดินเหนียวที่นวดแล้วไปวางไว้บนแป้นจากนั้นหมุนแป้นแล้วใช้มือหรือเครื่องมือขึ้นรูปตามต้องการ ที่โรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณซึ่งยังคงผลิตผลงานอยู่จนกระทั่งปัจจุบันได้รับเปิดโอกาสให้เราเห็นกรรมมาวิธีดังเดิมตั้งแต่คันแรกเลยทีเดียวเริ่มต้นจากการนำผงพอร์ชเลนมาล้าง กรองด้วยผ้าใหม่ปล่อยให้แห้งจากนั้นเมื่อได้ดินเหนียวจึงนำมานวดปั้นให้ได้ที่ แล้วนำไปขึ้นรูปบนแป้นหมุนทำชิ้นงานขั้นตอนมีบัตรยกรด้วยมือจากนั้นจึงปรับแต่งขอบก็รับปากก่อนจะนำไปรูปดำน้ำให้เรียบเนียน

ส่วนการตกแต่งลวดลายนั้นทำกันได้หลายวิธีเช่นการเขียนลายด้วยพู่กันและสีหรือการพิมพ์ลายหรือการแกะลาย จากนั้นจึงเครื่องหนังเครื่องแล้วจึงนำไปเผาซึ่งที่จริงแล้ววิธีการใช้นำเครื่องอุณหภูมิการเผาหรือการตกแต่งเขียนลายภายหลังเคลือบและเผาก็สามารถทำได้หลากหลายเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัยและหรือโดยรถสนิยมของศิลปิน

พิพิธภัณฑ์จิ่งเต๋อเจิ้น

Image result for พิพิธภัณฑ์จิ่งเต๋อเจิ้น

บริษัทเครื่องเคลือบและโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณเครื่องปั้นดินเผาที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นในแผ่นดินจีนตั้งแต่ 10,000 ปีที่ผ่านมาในยุคหินใหม่เริ่มการทำเครื่องใช้ไม้สอยเป็นดินเผาและพัฒนาเป็นการทำขึ้นเครื่องในเวลาต่อมาพบหลักฐานการผลิตเครื่องเคลือบข้างต้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาง เมื่อประมาณ 2500 ปีก่อนหน้านี้แต่เนื่องจากคุณภาพยังไม่ได้มาตรฐานโดยมีการสร้างน้ำเข้าไปในเนื้อดินมากเกินไปอีกทั้งน้ำยาเคลือบยางบางนามีฟองอากาศจึงไม่เป็นที่นิยมเท่าคุณสัมฤทธิ์ซึ่งมีพัฒนาการไปไกลกว่า จนกระทั่งสมัยฮั่น สามารถคิดคนวิธีการเคลือบเกิดเป็นเครื่องเคลือบสีเทาเขียวสมัยนี้เครื่องเคลือบเดินทางจากงานฝีมือ ไปสู่ความเป็นศิลปะกรรมมากขึ้น

เครื่องเคลือบที่แท้จริงเรื่องผลิตขึ้นในช่วงราชวงศ์สุย ซึ่งจะได้ชิ้นงานทีขึ้นวาวผิวสัมผัสเรียบเรียบกระทั่งถึงยุคสมัยทางศิลปะแขนงนี้กรรมใหม่ที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก และถูกขนานนามว่าเครื่องเคลือบซานไฉ่ หรือสามสี

ถังซานไฉ่ คือเครื่องเครื่องที่ทำจากดินขาวภาษาระหว่างทองแดง เหล็ก โคบอลต์ และแมงกานีส ก่อนนำไปเผาที่จริงเรามีสีสันมากกว่าสามสี
ก่อนนำไปเผาที่จริงเรามีสีสันมากกว่าสามสี่เช่นเขียวเหลืองฟ้าขาวน้ำตาลและร่วงแตกสีเขียวเหลืองและขาวจนเป็นที่รู้จักมากที่สุดผลงานที่โดดเด่นของสมัยถังก็คือตุ๊กตาดินเผารูปผู้คนและสัตว์แห่งทางไปไหนเช่นพวกพ่อค้าชาวต่างชาติ อูฐ ม้า เป็นต้นหลักการทางเอกจีนเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกเป็นครั้งแรกตะวันออกกลาง