เห็นแล้วอยากสะสมขึ้นมาทันที

เห็นแล้วอยากสะสมขึ้นมาทันที

เห็นแล้วอยากสะสมขึ้นมาทันที

เห็นแล้วอยากสะสมขึ้นมาทันที

ตุ๊กตาถือเป็นของเล่นยอดฮิตสำหรับเด็กผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตารูปคนหรือสัตว์ป่าที่ผมจะพูดถึงนี้ก็คือบ้านตุ๊กตา ซิลวาเนียนแฟมิลีส์ ของบริษัทเอพอค ที่ค่อนข้างจะแหวกแนวจากเจ้าอื่นๆ

บ้านตุ๊กตานี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปีค.. 1985 ในชุดประกอบไปด้วยบ้านหนึ่งหลังครึ่งเดือน 11 ชิ้นละครอบครัวสัตว์เก้าชนิดซึ่งผู้เรียนสามารถนำเครื่องเรือนมาวางเรียงพร้อมทั้งจัดวางตุ๊กตาสัตว์ไว้ตามมุมต่างๆของบ้านได้ตามใจ ของเล่นนี้เคยได้รับรางวัล Toy of the year ที่อังกฤษติดต่อกันสามปีสอนตั้งแต่ปีค.. 1987 ถึง 1989จะได้ส่งออกไปจำหน่ายในประเทศแทบยุโรปและอเมริกาด้วย

แรงจูงใจที่สะสมหรือนำมาประดับก็คือสิ่งที่แฟนคลับมีไม่ต่างไปจากคนที่ชอบสะสมของกระจุกกระจิกความรู้สึกต้องการเก็บสะสมของสวยสวยงามงามประเภทนี้มักพบได้มากเป็นพิเศษในเพศหญิงในขณะที่เพศชายมักจะสะสมของอย่างใดอย่างหนึ่งจนครบเซ็ตเพราะความรู้สึกอยากเอาชนะเสียมากกว่า

ผมไปเปิดเว็บไซต์ที่รวมผลงานของผู้ที่ประกอบของแถมจนเสร็จสมบูรณ์พบว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียวซึ่งผมสามารถสรุปความสำเร็จจากวิธีขายแบบนี้ได้ดังนี้

  • ฉากจำลองดิสนีย์แลนด์แบบสามมิติลูกค้าจะต้องตามซื้อนิตยสารรายสัปดาห์ซึ่งมีชิ้นส่วนหันมาให้ติดต่อกันเป็นเวลาสองปีรวมค่าใช้จ่ายประมาณ 150,000 เยน
  • รถวิทยุบังคับ Ferrari ต้องตามซื้อนิตยสารให้ครบ 100 ฉบับใช้เวลาสองปีถึงสะสมครบน้อยจ๋านิตยสารซึ่งมีชิ้นส่วนหลักหลักแถมให้แล้วต้องซื้อเล่นพิเศษที่แถมสี่พลกับกาวผสมสีให้โดยเฉพาะอีกห้าเล่มรวมค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จ 184,550 เยน
  • หุ่นยนต์ขนาดเล็กชูเกะโรบิ ต้องทำสื่อนิตยสารให้ครบ 70 ฉบับใช้เวลาหนึ่งปีถึงจะสะสมครบฉบับสุดท้ายที่ถามชิ้นส่วนเพื่อวางแผนไปเมื่อเดือนกรกฎาคมพ.. 2014 นี่เอง

จากตัวอย่างเหล่านี้ทำให้เห็นชัดว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชื่นชอบการสะสมและอยากสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาอย่างแท้จริง

เห็นแล้วนึกอยากเปรียบเทียบขึ้นมาทันที

เทศกาลเข้ากล่องรถไฟ

เห็นแล้วนึกอยากเปรียบเทียบขึ้นมาทันที

เทศกาลเข้ากล่องรถไฟ

ตัวอย่างจากเทศกาลเข้ากล่องรถไฟและร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง

คนส่วนใหญ่ชอบเปรียบเทียบอย่างเช่นกันให้ลองชิมก็เหลือทั้งสาม 19 ชนิดของร้านซอลโกที่ผมแนะนำไปในบทที่หนึ่งก็เข้าข่ายนี้ เพราะใครใครก็ต้องรู้สึกอยากจะลองกันทั้งนั้นหรือแม้แต่บริษัทเจไอเอ็นผู้ผลิตแว่นตาซึ่งมีสี่สามระดับให้เลือกหลากหลายดังที่ผมได้กล่าวมาในบทที่สามก็เข้าข่ายการให้ลูกค้าเปรียบเทียบเช่นกันตัวอย่างต่อไปก็คือเทศกาลเข้ากล่องรถไฟของห้างสรรพสินค้าเคโอในกรุงโตเกียวเทศกาลนี้ทำยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเสมอภายในงานจะรวบรวมเข้ากล่องรถไฟจากท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศมากกว่า 300 ดดแต่ละปีจะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านเยน

การที่ผู้ชมเข้างานได้จะเห็นขั้นตอนการปรุงอีกทั้งได้ชิมข้าวกล่องรถไฟจากต่างถิ่นโดยไม่จำเป็นต้องไปให้ถึงที่เรามีโอกาสเปรียบเทียบรสชาติของข้าวกล่องรถไฟจากทั่วประเทศถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดที่ยากจะห้ามใจนอกจากจะได้เห็นเสน่ห์เฉพาะตัวของข้าวกล่องรถไฟของแต่ละร้านแล้วความสนุกสนานอีกประการก็มาจากการได้เปรียบเทียบนั่นเอง

เพราะอะไรนะหรือก็เพราะมนุษย์เราเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ชอบการเปรียบเทียบน่ะสิหาพูดถึงร้านจำหน่ายเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นก็คงจะหนีไม่พ้นร้านแอคคอสเม่ ซึ่งจะมี concept ให้ลูกค้าสามารถทดลองเครื่องสำอางรวมทั้งขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและนอกจากนี้ยังมีมุมจัดอันดับสินค้าขายดีของร้านด้วย

ที่ร้านแอดคอสเม่ ลูกค้าสามารถทดลองเครื่องสำอางแบรนด์และชนิดต่างๆได้อย่างอิสระรวมทั้งมีเจ้าที่ที่คอยแนะนำอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เข้าข้างผู้ผลิตรายใดเป็นพิเศษ ผมเองก็ทำงานพัฒนาแบนเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่งจึงได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการร้านจำหน่ายเครื่องสำอางพบว่าผู้ใช้บริการส่วนมากค่อนข้างไวหน่อยเชื่อใจร้านค้าและพนักงานประจำร้านค้าที่ตนเองไปใช้บริการนั้นแสดงให้เห็นว่าความคาดหวังว่าจะได้เจอสินค้าที่เหมาะสมกับตนและพนักงานขายที่ให้คำปรึกษาล้วนมีส่วนดึงดูดความสนใจของลูกค้าไม่น้อยเลยทีเดียว

เห็นแล้วอยากทดลองขึ้นมาทันที

เห็นแล้วอยากทดลองขึ้นมาทันที

เห็นแล้วอยากทดลองขึ้นมาทันที

เห็นแล้วอยากทดลองขึ้นมาทันที

จังหวัดกุมมะ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นนับตั้งแต่กุมมะจังตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ประจำจังหวัดได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดออกแบบแมสคอร์ทในคราวหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมจะหยิบยกมาพูดก็คืองานฮะเงะโมะริของหมู่บ้านคะตะชินะ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปีค.. 2011

คำว่าฮะเงะโมะริหมายถึงอาหารจานใหญ่พิเศษโดยร้านค้าต่างๆในหมู่บ้านประจำจะนำเมนูที่โป๊ะเครื่องหรือวัตถุดิบจนพูนจานมาร่วมงานต้องยอมรับเลยว่าชื่องานและรูปแบบการนำเสนอที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจและสร้างผลสำเร็จให้แก่งานเป็นอย่างมากเพราะว่าสิ่งที่น่าขบคิดเกี่ยวกับแคมเปญนี้น่าจะอยู่ที่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ถูกดึงดูดด้วยคำว่าอบจนล้นจานและเผ็ดสะท้านทรวง

เมื่อลองพิจารณาดูดีดีจะเข้าใจว่าทางคำว่าโป๊ะจนล้นจานละเผ็ดสะท้านทรวง เป็นเหมือนการละเล่นอย่างหนึ่งแม้จะไม่ถึงขั้นปรุงมั่วแบบขอไปทีแต่พูเค้าจัดงานก็ไม่จำเป็นจะต้องคำนึงถึงรสชาติอาหารที่อร่อยเลอเลิศเท่าไหร่นักเนื่องจากเป็นงานที่เน้นความสนุกสนานมากกว่าและเมื่อตีความของหัวใจของการจัดงานออกผู้เข้าร่วมจัดงานจึงเกิดความรู้สึกอยากลองทำขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ในส่วนของคนทั่วไปพอได้ยินคำว่าโป๊ะจนล้นจานแหละเผ็ดสะท้านทรวงหรืออาหารในแบบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนบวกกับกิจกรรมเช่นรับไปเลย 10,000 เยนหากคุณกินหมดภายใน 30 นาทีก็ย่อมเกิดความรู้สึกท้าทายเราอยากลองไปร่วมสนุกโดยที่ไม่รู้ตัวเช่นกันวิธีการเชิญชวนที่ทำให้เกิดความรู้สึกท้าทายนี้เองที่เป็นการวัดใจอย่างหนึ่งและคุณลองสังเกตสิว่าวิธีนำเสนอด้วยคำว่าโป๊ะจนล้นจานก็เป็นการมาจ่ายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับซาชิมิบุฟเฟ่ใช่หรือไม่

ความต้องการ เช่น อยากเข้าร่วมหรือสัมผัสประสบการณ์ก็กลายเป็นการตัดใจได้

ความต้องการ เช่น อยากเข้าร่วมหรือสัมผัสประสบการณ์ก็กลายเป็นการตัดใจได้

ความต้องการ เช่น อยากเข้าร่วมหรือสัมผัสประสบการณ์ก็กลายเป็นการตัดใจได้

ความต้องการ เช่น อยากเข้าร่วมหรือสัมผัสประสบการณ์ก็กลายเป็นการตัดใจได้

คราวนี้ผมจะพูดถึงการมาจ่ายด้วยไม่ใช่วัตถุมากระตุ้นกันบ้างก่อนอื่นอยากให้คุณนึกถึงความรู้สึกเวลาเล่นเกมคลิปตุ๊กตาตามห้างสรรพสินค้าดูคนส่วนมากจะเล่นเกมนี้เพราะต้องการโชว์ฝีมือ อวดครอบครัว เพื่อนหรือแฟนเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดมิหนำซ้ำยิ่งเล่นยิ่งถลำลึกกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หมดเงินไปเยอะเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือเปล่า

ทางทางที่ไม่ได้ต้องการตุ๊กตาที่อยู่ในตู้กระจกสักเท่าไหร่แต่ก็อดที่จะทดลองเล่นไม่ได้เกมคีบตุ๊กตาใช้สิ่งที่เป็นนำมาทำเช่นความต้องการถ้าถ่ายมาเป็นเครื่องมือดึงความสนใจแผนที่จะใช้วิธีอันเป็นรูปธรรมอย่างของแถมหรือตัวอย่างทดลองความต้องการสัมผัสประสบการณ์นี้เองที่ก่อให้เกิดการมาจ่ายผู้ที่ชอบความท้าทายความต้องการเข้าร่วมและสัมผัสประสบการณ์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุสำคัญของการปรับใจยังมีคำใบ้เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขยายวิธีการซ่อนอยู่ด้วย

แม้แต่ในปังจุ่มและปังแช่หรือเมนูปรุงด้วยกาปลุกเก็บความร้อนที่แนะนำในเครื่องการขายด้วยเทคนิคแผลงก็มีเหตุผลการมาจ่ายแฝงอยู่ด้วยเพราะเป็นการทำให้เกิดความรู้สึกอยากลองนั่ง นั้นเอง

ลำดับต่อไปมาดูเทคนิคของการมาจ่ายด้วยประสบการณ์กันบ้าง

วิธีมัดใจฉบับพื้นฐานมีอยู่ทั้งหมดสามข้อ

วิธีมัดใจฉบับพื้นฐานมีอยู่ทั้งหมดสามข้อ

วิธีมัดใจฉบับพื้นฐานมีอยู่ทั้งหมดสามข้อ

วิธีมัดใจฉบับพื้นฐานมีอยู่ทั้งหมดสามข้อ

เรามาพิจารณากันทีละข้อเลยแล้วกัน

คุณคงรู้ใช่ไหมว่าตอนเช้าวันอาทิตย์มีแต่รายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก และที่ญี่ปุ่นมักจะใช้โฆษณาชุดแฮปปี้มีลของ แมคโดนัลด์พอดีเด็กเห็นโฆษณาก็จะลากพ่อแม่พาไปกินแมคโดนัลด์พร้อมต้องการของแถมจนในที่สุดเมื่อกลางวันของวันนั้นก็จบลงที่ร้านแม็คโดนัลด์อย่างที่เด็กเด็กต้องการ

แต่ถ้าพูดถึงของแถมสำหรับผู้ใหญ่ที่เห็นได้บ่อยคงต้องยกให้ซองของแถม ในนิตยสารสำหรับผู้หญิงที่มาพร้อมประโยคฉันว่าซื้อตอนนี้ได้กระเป๋าแน่นอนของแถมพิเศษหรือว่าใจเสียยิ่งกว่าเนื้อหานิตยสารนี่แหละถือเป็นการมัดใจรูปแบบหนึ่ง

อีกหนึ่งวิธีมาจ่ายที่เรียกได้ว่าไปทางไหนก็เจอคือตัวอย่างทดลองอย่างเช่นของให้ชิมฟรีเพราะมีส่วนอย่างมากในการดึงดูดความสนใจของผู้คนห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตจึงมักจะแจกตัวอย่างทดลองให้แก่ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาเพราะให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่ต่างจากการให้ของแถม

จุดที่ต่างกันก็คือของแถมจะได้มาก็ต่อเมื่อซื้อสินค้าตัวอย่างทดลองเป็นของสำหรับทดลองใช้ที่ได้มาโดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น

ข้อที่สามซึ่งเป็นข้อสุดท้ายถือเป็นวิธีมัดใจแบบดังเดิมของแท้นั้นคือการลดราคาและอาจพูดได้ว่าการลดครึ่งราคาหรือวิธีตั้งราคาแบบถูกที่สุดเช่น 100 เย็นมีที่เดียวที่เดียว หรือฟรีวันนี้วันเดียวก็เป็นรูปแบบของวิธีมัดใจที่เห็นได้ดาษดื่น

สรุปว่าถ้าพึ่งพาการปัจจัยทั้งสามข้อนี้มากเกินไปก็อาจจะทำให้สูญเสียโอกาสที่จะมัดใจลูกค้าได้อย่างแท้จริงเช่นกัน

ถ้าอย่างนั้นขายด้วยวิธีมัดใจหมายถึงอะไรกันแน่

ถ้าอย่างนั้นขายด้วยวิธีมัดใจหมายถึงอะไรกันแน่

ถ้าอย่างนั้นขายด้วยวิธีมัดใจหมายถึงอะไรกันแน่

ถ้าอย่างนั้นขายด้วยวิธีมัดใจหมายถึงอะไรกันแน่

เอาละถึงเวลาเข้าสู่ที่มัดใจซึ่งเป็นประเด็นหลักกันสักที

นักแสดงตลกให้นิยามการเรียกเสียงหัวเราะช่วงเปิดตัวเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ชมว่าเป็นวิธีมัดใจผมจึงเรียกเทคนิคที่ทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจอยากซื้อสินค้าว่ามัดใจด้วยเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าทฤษฎีความกลมกลืนล่วงหน้าในตารางเมทริกซ์ที่เสนอไปแล้วนั้นเป็นภาวะที่ขาดวิธีมัดใจเธอทั้งที่วิธีมักได้เปรียบได้กับขั้นตอนแรกสุดของการดึงดูดใจลูกค้า อีกทั้งช่วยกระตุ้นความรู้สึกต้องการซื้อสินค้าแบรนด์นั้นนั้น

และแน่นอนว่าเป้าหมายของธุรกิจก็คือการทำให้ลูกค้ากลายเป็นแฟนพันธุ์แท้แต่ถ้ามาจากอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ได้ตั้งแต่แรกคงยากจะทำให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ได้

ถ้าอย่างนั้นวิธีมัดใจหมายถึงอะไรกันแน่ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากตัวอย่างของการมัดใจกันเลยดีกว่า

จะทำอย่างไรดีถ้าถึงเวลาที่คุณต้องทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ

จะทำอย่างไรดีถ้าถึงเวลาที่คุณต้องทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ

จะทำอย่างไรดีถ้าถึงเวลาที่คุณต้องทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ

จะทำอย่างไรดีถ้าถึงเวลาที่คุณต้องทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ

ช่วงครึ่งหลังผมจะเจาะลึกเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้สึกของลูกค้าหรือพฤติกรรมผู้บริโภคขณะเดียวกันก็มองหาว่าตัวเราควรพุ่งเป้าหมายไปในทิศทางใดหลังจากมีการพัฒนาวิธีขาย

ยังจำได้ไหมที่ผมเคยพูดว่าเราต้องทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ ในเนื้อหาของบทก่อนหน้านี้ผมอธิบายเทคนิคการปลุกปั่นความสนใจของลูกค้าส่วนหน้าที่ของคุณก็คือตีความให้ทองแท้ว่าความสนใจนั้นเกิดขึ้นจากอะไรแล้วจับประเด็นให้อยู่หมัด

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเนื้อหาบทนี้ก็คือการขัดเกลาจิตใจหรือความสนใจของลูกค้าควบคู่ไปกับการพิจารณาวิธีการขายได้ผมจะขอเริ่มต้นด้วยตารางเมตริกอยากได้แบบนี้แหละแจ๋วเลย

ความต้องการซื้อก็คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ทางด้านพฤติกรรมของลูกค้าเพราะลูกค้าอยากจุ๊งก็ต่อเมื่อต้องการเท่านั้นจริงไหมคำอธิบายนี้อาจจะดูฟังธรรมดาสำหรับการจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวันแต่ถ้าเป็นการซื้อสินค้าซึ่งราคาแพงกว่าปกติเช่นของแบรนด์เนมคุณครูจะเห็นภาพชัดขึ้น ความรู้สึกที่สำคัญก็คือความเชื่อมั่นในสิ่งที่เลือกซื้อแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นยำได้เลือกสินค้าหรือแบรนด์แบบเฉพาะเจาะจงจากในบรรดาสินค้าหรือบริการที่มีอยู่มากมายสารพันเข้าทำนองที่ว่าแบบนี้แหละแจ๋วเลย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ใหม่ด้วยการเปลี่ยนคุณสมบัติ

จากตัวอย่างเรื่องแว่นตาที่ผมหยิบยกมาพูดถึงถ้าสังเกตุดีดีจะเห็นว่ามีปัจจัยที่ทำให้การเปลี่ยนคุณสมบัติประสบความสำเร็จอยู่สองข้อใหญ่

ข้อแรกก็คือการให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปด้วยการประชาสัมพันธ์เรื่องแสงสีฟ้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับการอธิบายเรื่องนี้เพราะการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันสายตาจำเป็นต้องมาก่อนการวางแผนจำหน่ายสินค้า

อีกข้อหนึ่งก็คือการมองกลุ่มเป้าหมายยุคนี้ไม่มีใครที่จะไม่ต้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนแต่ก็จำเป็นที่จะต้องมองให้ออกว่า ใครคือผู้ที่ต้องการใช้จริงๆแล้วใครคือผู้ที่จะยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันในกรณีของแว่นตาและใช้วิธีพุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มลูกค้าที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานนานบวกกับการกระจายข่าวแบบปากต่อปาก

แนวทางการประชาสัมพันธ์สินค้าซึ่งเกี่ยวข้องกับการป้องกันอาการของโรคที่จะเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันอื่นๆเช่นอันดับแรกต้องการกระตุ้นความสนใจของลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่แสดงอาการของโรคเสียก่อน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะคาดหวังอุปสงค์จำนวนมากเมื่อมีการค้นพบคุณสมบัติใหม่ใหม่แต่ในขณะเดียวกันก็ควรที่จะคิดได้ว่าใครคือคนที่ต้องการผลสำเร็จจากการป้องกันนั้นจริงๆและนั่นเท่ากับว่าคุณจะต้องกระชับเป้าหมายให้แคบลงที่สุดเท่าที่จะแคปได้ในแรกของการขาย

เคล็ดลับสามข้อที่จำเป็นสำหรับการขายด้วยเทคนิคสลับ

เคล็ดลับสามข้อที่จำเป็นสำหรับการขายด้วยเทคนิคสลับ

เคล็ดลับสามข้อที่จำเป็นสำหรับการขายด้วยเทคนิคสลับ

เคล็ดลับสามข้อที่จำเป็นสำหรับการขายด้วยเทคนิคสลับ

การยอมพิจารณากลุ่มลูกค้าเสียใหม่ถือเป็นขั้นตอนที่ให้ผลดีในการสร้างวิธีแบบใหม่และตัวอย่างทั้งหมดที่ผมยกมาน่าจะช่วยให้เห็นถึงวิธี การอ่านหลากหลายตั้งแต่การปรับปรุงสินค้าไปจนถึงการทำการค้ารูปแบบใหม่เหล่านี้ก็คือสรุปสาระสำคัญของบทนี้

    1. ค้นหาความน่าทึ่งของการจับคู่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

หมายถึงการสลับแบบแหวกแนวอย่างเช่นสมุดภาพระบายสีสำหรับผู้ใหญ่และที่แนะนำไปแล้วในบทที่หนึ่งผ่านการพิจารณาของที่จำหน่ายพร้อมทั้งปรับปรุงสินค้าเพื่อให้เข้ากลุ่มรูปใหม่กลุ่มใหม่การขยายตลาดย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

      2. ตั้งข้อสงสัยเพื่อขจัดความปักใจเชื่อในประเด็นลูกค้ากลุ่มดั้งเดิม

วิเคราะห์ลูกค้าเสียใหม่เช่นแว่นตา = ผู้มีปัญหาด้านสายตาโรงเรียนกวดวิชา = นักเรียนสอบไม่ติดเท่านั้นจริงหรือโดยดูว่าในทางตรงกันข้ามด้านหลังหรือด้านข้างก็อาจจะมีโอกาสซุกซ่อนอยู่ในการเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าจะตามมาด้วยโจทย์ยากสารพัดแต่ในขณะเดียวกันในโจทย์ดังกล่าวก็จะมีความเป็นไปได้ทางการค้ารูปแบบใหม่ใหม่รอให้คนพบอย่าลืมพิจารณาได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นคุ้มค่าพอให้ลงทุนหรือไม่

       3. การประชาสัมพันธ์คือสิ่งที่จำเป็นที่มาพร้อมกับการสลับลูกค้ากับสินค้า

ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาสำหรับการมองจอคอมพิวเตอร์โปรแกรมการเรียนการสอนผ่านทางวิดีโอทัศน์ของโรงเรียนกวดวิชา หรือเก้าอี้นวดไฟฟ้าในสำนักงานต่างก็จำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าเพื่อให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าใหม่แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือการสร้างการคาดหวังและการยอมรับต่อการจับคู่ระหว่างลูกค้ากับสินค้าหรือบริการในแบบที่ไม่เคยมีปรากฏการณ์มาก่อนซึ่งเครื่องมือที่จำเป็นก็ได้แก่การประชาสัมพันธ์เพื่อนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องและกว้างขวาง

จากบ้านสู่ที่ทำงาน

จากบ้านสู่ที่ทำงาน

จากบ้านสู่ที่ทำงาน

จากบ้านสู่ที่ทำงาน

ธุรกิจแบบใหม่ที่เกิดจากการสลับของผู้ผลิตเก้าอี้นวดไฟฟ้า

บริษัทแฟมิลี่อินะดะ  เป็นบริษัทผลิตเก้าอี้ไฟฟ้าที่ส่งขายไปทั่วโลกมากกว่า 70 ประเทศที่ทำกำไรได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 20,000,000,000 เยน ประธานผู้ก่อตั้งบริษัทได้มุ่งมั่นผลิตเก้าอี้นวดไฟฟ้ามายาวนานกว่า 50 ปีแม้ตอนนี้จะอายุมากกว่า 75 ปีแล้วแต่เค้าก็ยังไม่หยุดคิดค้นสินค้าใหม่

บริษัทเก้าอี้นวดที่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักหน่วงเพื่อแชร์ส่วนแบ่งการตลาดประกอบด้วย Panasonic ฟูจิเวชภัณฑ์ และ แฟมิลี่อินะดะ ราคาเฉลี่ยของเก้าอี้นวดอยู่ที่ประมาณ 150,000 ถึง 400,000 เยน เดี๋ยวได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนที่ราคาค่อนข้างสูงทีเดียว

ท่านประธานได้กล่าวไว้ว่า ยิ่งมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่คุณก็ยิ่งตื่นตัวกับกระแสการรักสุขภาพมากขึ้นเท่านั้นสินค้าจะกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคก็ทำได้ แต่คนในวงการนี้ก็พอใจอยู่กับยอดขายที่กระเตื้องขึ้นแค่ปีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์

คนเข้าใจว่าก็อีนวดเป็นเครื่องที่ช่วยให้ผ่อนคลายแต่ไม่ได้มองในฐานะเวชภัณฑ์หรือพูดอย่างง่ายก็คือก็อินว่าจัดอยู่ในสินค้านันทนาการหรือสินค้าสร้างความเพลิดเพลินไม่ได้เป็นอุปกรณ์จำเป็นทางด้านสุขภาพ

ด้วยเหตุนี้จึงนำเสนอ เมดิคัลแชร์ อันเป็นการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและใช้เวลาพัฒนาสินค้าร่วม 10 ปี

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ยอดขายโดยรวมของเก้าอี้นวดไม่กระเตื้องขึ้นนั้นนอกเหนือจากประเด็นเรื่องราคาแล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่สำหรับวางการดูแลรักษาที่ยากน้ำหนักรวมทั้งการ กำจัดทิ้งก็ลำบากและแน่นอนว่าปัญหาด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลลัพธ์และคุณประโยชน์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งเพียงแต่ปัญหาใหญ่สุดที่ผมมองเห็นกลับเป็นเรื่อง วิธีขายแบบเดิมๆเนื่องจากกลุ่มลูกค้าตรึงอยู่กับที่

ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอยู่กับเก้าอี้นวดไฟฟ้าสำหรับใช้ในออฟฟิศ

  1. มุ่งเน้นนำเสนอโปรแกรมการนวดแทนที่ตัววัตถุ
  2. ให้ผู้ใช้งานแต่ละคนประเมินระดับความเครียดของตนโดยผู้ขายจะเบื่อที่นำเสนอวิธีการบรรเทาด้วยการใช้ก็อีนวด
  3. อธิบายให้ชัดแจ้งเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการใช้งานในฐานะเครื่องมือกระตุ้นความกระปี้กระเป๋าของสมองมอบความรู้สึกสดชื่นให้จิตใจไม่ใช่เครื่องที่สร้างความผ่อนคลายที่ตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนเหมือนที่ผ่านมา
  4. ผู้ประกอบการต้องมีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เชิญชวนให้พนักงานเกิดความรู้สึก อยากใช้งาน