พิพิธภัณฑ์มณฑลกันซู่

Related image

รถไฟวิ่งทะลุผ่านความเข้มของเวลากลางคืนไปยังทิศตะวันตกอาจเป็นระยะทางเพียงไม่เท่าไหร่แต่ความมืดยามแห่งราตรีและการกลับทำให้หนทางยืดยาวออกไปกว่าความเป็นจริงหลาย 10,000 ลี้เสียงผู้คนที่กำลังหลับไหลช่างเงียบเชียบตรงกันข้ามกับความอึกทึกครึกโครมของเครื่องจักรในยุคสมัยปัจจุบันที่ครางกระโหมอยู่ตลอดเวลานักศึกษาพเนจรสองคนกำลังดำดิ่งดุมเดินทะลุผ่านแผ่นดินกลางมากขึ้นเรื่อยเรื่อยด้วยแรงจูงใจอันคำครึ้มที่ตามติดมากับสัญชาตญาณแห่งการค้นหาเพื่อศึกษาย้อนรอยกลับไปในความซับซ้อนของระดับชั้นแห่งเวลาที่เพิ่มขึ้นรถไฟขบวนนี้ใครได้นำพาผู้พเนจรไปไกลไปยังสถานที่ซึ่งเป็นยิ่งกว่ามิตรสหายของปัจจุบัน

กระทั่งรุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนคนจรหมอนมินจากนอกด่านก็มาถึงเมืองหลานโจว มณฑลกันซู่ เกือบล่าสุดอำนาจอันล้นฟ้าของแผ่นดินกลางเมื่อ ประมาณ 2000 ปีที่ผ่านมาพื้นแผ่นดินที่มีรูปร่างแคบแต่ยาวซึ่งขณะไปด้วยขุนเขาตารางงานงามทั้งสองด้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงขอบคันดันแดนที่เปรียบเหมือนประตูสู่ทะเลทรายไปยังเป็นพื้นดินที่อุดมไปด้วยเลือดเนื้อแห่งอดีตกาลย้อนหลังไปนาน แสนนาน

พิพิธภัณฑ์นี้คือห้องมหัศจรรย์ที่เบื้องหลังอาคารและบานประตูอันใหญ่ตูหนักอึ้งแบบคอมมิวนิสต์โซเวียตนั้นบรรจุเต็มไปด้วยถนนหลายสายเพราะผ่านห้องหับจำนวนมากมายที่คลาคล่ำไปด้วยเรื่องราวและอารมณ์อันเข้มข้นของยุคสมัยแห่งอดีตกาล

เนินนานก่อนมนุษย์ถือกำเนิดขึ้นได้มีสิ่งชีวิตอันยิ่งใหญ่อาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้มาก่อนแล้วภายใต้ความขุ่นคนของแม่น้ำเหลืองหรือหวงเหอที่ไหลผ่านกลางเมืองหลานโจว ได้มีการค้นพบซากโครงกระดูกโบราณของช้างแหม่มมอสและยิ่งเดินลึกเข้าไปในแต่ละห้องเรายิ่งได้เห็นร่องรอยที่มากขึ้นเรื่อยของยุคสมัยแห่งไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ จากโลกดึกดำบรรพ์ซูซานเครื่องปั่นจนถึงวัฒนธรรมหินใหม่ในที่สุดวันเวลาในพิพิธภัณฑ์ก็พาเราเดินทางมาถึงยุคสมัยที่เชื่อมต่อกับปัจจุบัน

สังคมมนุษย์เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคสำริดและพร้อมพร้อมกันนั้นก็เป็นการเริ่มต้นยุคราชวงศ์ในแผ่นดินกลางบริเวณกันซู่ก็เช่นกัน

ต่อมาเมื่อศูนย์กลางอาณาจักรแถบลุ่มน้ำเหลืองเริ่มพัฒนาขึ้นและการขาบวมทางสายไหมเปิดอย่างเป็นทางการสถานที่แห่งนี้ก็ก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงจากมึงรและชายขอบทะเลทรายกลายเป็นจุดหมายแรกของขบวนคาราวานพ่อค้าก่อนเข้าหรือออกจากอาณาจักรจีนพิพิธภัณฑ์เกริ่นนำผู้ชมเข้าสู่วันเวลาเหล่านี้ด้วยภาพวาดและภาพจำลองเราเรื่องผู้คนจากทั่วสารทิศที่ต่างก็มุ่งหน้าและผ่านมาที่ได้อย่างมีชีวิตชีวา

บทส่งท้าย

Image result for บทส่งท้าย

อรุณสวัสดิ์ครับผมโยะชิดะ ส่วนนี้เป็นเนื้อหาที่เขียนขึ้นมาใหม่ไม่ได้มีอยู่ในรายการครับผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจว่าอยากให้ผู้อ่านรู้สึกเฮิร์ทเพลินเหมือนกำลังฟังรายการวิทยุอยู่ทุกวันนี้เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างมากมีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับเทคนิคการพูดคุยมากมายเต็มไปหมดแต่กลัวแทบไม่มีเล่มไหนเลยที่พูดถึงเทคนิคขั้นพื้นฐานของการพูดคุยอาจเพราะสังคมของเราเข้าใจกันว่าการพูดคุยเล็กน้อยน้อยที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกดีไม่ใช่เพื่อเงินหรือความก้าวหน้านั้นเป็นทักษะที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิดจึงไม่ต้องสอนหรือเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมกันอีกแต่ในสายตาของผมความคิดนี้ไม่ถูกต้องและยังส่งผลให้คนจำนวนมากคิดว่าตัวเองผิดปกติที่พูดคุยกับคนอื่นไม่เก่งผมจึงอยากนำเสนอทฤษฎีและเทคนิคที่ให้ได้ลองใช้จริงด้วยตัวเอง หากมีใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่าพูดคุยได้ง่ายและสนุกขึ้นผมก็จะดีใจมากเลยครับหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นจากรายการวิทยุของผมที่ออกอากาศแปดครั้งทางเว็บไซต์โดยได้รับความกรุณาจากคุณคุเมะ มาช่วยเรียบเรียงให้การเขียนหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมตระหนักว่าตัวเองคบคิดปัญหาเรื่องการพูดคุยมาแล้วกว่า 20 ปีแต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีผู้ฟังที่คอยติดตามและส่งความคิดเห็นที่รำคาญกันเข้ามาอาจเรียกว่าผู้ฟังทุกท่านคือคู่สนทนาของผมและเป็นผู้เขียนร่วมของหนังสือเล่มนี้ด้วยเช่นกันต้องขอบคุณจริงๆครับ

ผมไม่มีเจตนาหรือจุดมุ่งหมายอื่นใดผมแค่ปรารถนาจากใจจิงว่าต่อจากนี้ไปคนที่มีหนังสือเล่มนี้อยู่ในมือจะไม่รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ในลิฟและมีวันที่สามารถพูดคุยได้อย่างสบายใจมากขึ้น

การโหนบาร์กับการพูดคุย

Image result for การโหนบาร์

การพูดคุยของผมกำลังจะจบลงแล้วตอนนี้ผมมีความรู้สึกหลายอย่างผสมผสานกันไปใจหนึ่งรู้สึกว่าพูดมากไปพอแล้วแต่อีกใจก็รู้สึกว่ายังไม่พอถ้าจะมีเรื่องไหนที่ผมรู้สึกว่าต้องเล่าให้ฟังให้ได้แล้วก็เรื่องนั้นก็น่าจะเป็นประสบการณ์โหนบาร์ในช่วงชั่วโมงพละสมัยประถมครับ

ทุกคนคงเคยเล่นหนบ้านในช่วงพละกันมาก่อนแล้วก็แน่นอนว่าจะมีกลุ่มที่ฝึกไม่กี่ครั้งก็ทำได้ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่กับกลุ่มที่ทำไม่ได้สักทีซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยตัวผมจัดอยู่ในกลุ่มหลังตอนนั้นผมได้แต่เอามือกำบาร์มองเพื่อนเพื่อนที่เหวี่ยงตัวสำเร็จ คนแล้วคนเล่าแล้วก็เจ็บใจว่าทำไมตัวเองถึงทำไม่ได้สักที

แต่หลังจากนั้นอาจารย์กับเพื่อนเพื่อนก็เข้ามาช่วยบางคนก็มาพยุงขาเพื่อให้แขนออกแรงได้มากขึ้นบางคนก็คอยตามให้กำลังใจอยู่ข้างข้างแล้วเพราะตัดสินใจทิ้งตัวจู่จู่ร่างทั้งร่างก็หมุนท้องฟ้าตีลังกากลับหัวต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งผมถึงรู้ตัวว่าเมื่อกี้ โหนบาร์ได้สำเร็จ

ที่นี้ผมเลยจำลองทำเองโดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือของคนอื่นดูบ้างปรากฏว่าครั้งแรกล้มเหลวครั้งที่สองก็ยังล้มเหลวอีกแต่ผมไม่ถอดใจจนในที่สุดผมก็วิ่งตัวได้อีกครั้ง

ผมรู้สึกตาลายนิดนิดแล้วคิดขึ้นมาว่าเราทำได้เราได้หรอมันเหมือนภาพหลวงตาหรือเรื่องโกหกมากกว่าแต่ใบหน้าของเพื่อนที่ช่วยผมมีรอยยิ้มผมเลยลองทำดูอีกทีคราวนี้เหมือนร่างกายขยับไปเองโดยไม่ต้องบังคับด้วยซ้ำ

ท้องฟ้าตีลังกากลับหัวอีกครั้งแล้วผมก็กลับมายืนอยู่ในท่าเดิมมือที่กำบาร์ไว้แดงและร้อนเรากลับถูกไฟลวกในที่สุดผมก็ โหนบาร์สำเร็จแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างครับพอจะเดาได้ไหมว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการพูดคุยตรงไหนผมขอเฉลยเลยแล้วกันว่าการพูดคุยเองก็ไม่ต่างจากการโหนบาร์ตรงที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และฝึกฝนบางคนอาจฝึกไม่กี่ครั้งก็ทำได้แต่บางคนอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านั้นแต่เมื่อพยายามจนทำได้ครั้งหนึ่งแล้วหลังจากนั้นเราก็จะทำได้ตลอดไป

รู้จักให้อภัยตัวเอง

Image result for ให้อภัยตัวเอง

นิสัยเสียอย่างหนึ่งของคนพูดไม่เก่งคือชอบผ่อนปรนให้คนอื่นแต่เข้มงวดกับตัวเองเวลาพูดผิดหรือสื่อสารไม่ชัดเจนต่อให้ปัญหาที่เกิดตามมาจะเล็กน้อยแค่ไหนพวกเขาก็จะรู้สึกอับอายเสียใจหรือหดหูไม่เลิกในสายตาของผมนี่เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างไม่สมควรเอามากๆคุณคิดว่าคนที่พูดเก่งเค้าโทษตัวเองจนกลายเป็นคนพูดเก่งหรือเปล่าครับตรงกันข้ามเลยเขามีทัศนคติที่ดีไม่เก็บเอาไปคิดเล็กคิดน้อยมานั่งคิดเราโทษตัวเองหรือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเล็กเค้าก็จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขและดูว่าสามารถเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้างพูดยังไงก็คือเขารู้จักให้อภัยตัวเองและนี่เป็นสิ่งที่คนพูดไม่เก่งต้องพยายามทำ นิสัยเสียอย่างหนึ่งของคนพูดไม่เก่งคือชอบผ่อนปรนให้คนอื่นแต่เข้มงวดกับตัวเองเวลาพูดผิดหรือสื่อสารไม่ชัดเจนต่อให้ปัญหาที่เกิดตามมาจะเล็กน้อยแค่ไหนพวกเขาก็จะรู้สึกอับอายเสียใจหรือหดหูไม่เลิกในสายตาของผมนี่เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างไม่สมควรเอามากๆคุณคิดว่าคนที่พูดเก่งเค้าโทษตัวเองจนกลายเป็นคนพูดเก่งหรือเปล่าครับตรงกันข้ามเลยเขามีทัศนคติที่ดีไม่เก็บเอาไปคิดเล็กคิดน้อยมานั่งคิดเราโทษตัวเองหรือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเล็กเค้าก็จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขและดูว่าสามารถเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้างพูดยังไงก็คือเขารู้จักให้อภัยตัวเองและนี่เป็นสิ่งที่คนพูดไม่เก่งต้องพยายามทำให้ได้

ในกรณีของคนที่เข้มงวดกับตัวเองมากๆแล้วไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรลองคิดแบบนี้ดูนะครับการไม่ให้อภัยตัวเองนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวคุณแต่ยังลามไปถึงคนที่คนคุยด้วยถ้าคุณพูดขอโทษขอโพยลักษณะอาการหดหู่ตลอดเวลาคู่สนทนาของคุณจะไม่คิดว่าคุณพูดไม่เก่งแต่จะคิดว่าตัวเค้าทำอะไรผิดหรือเปล่าคุณจะไม่รู้สึกแย่คนเดียวแต่จะทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ไปด้วยการให้อภัยตัวเองจึงไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อตัวเองเท่านั้นมันยังเป็นการกระทำเพื่อคนอื่นด้วยครับ

ควรพูดเพื่อคู่สนทนา

Image result for พูดเพื่อคู่สนทนา

เมื่อมาถึงตรงนี้ผมมีสิ่งที่ตระหนักได้อยู่เรื่องหนึ่งครับนั่นก็คือสุดท้ายลาวเทคนิคที่สำคัญที่สุดของการพูดคุยก็คือการคำนึงถึงคนอื่นการพูดคุยจะมีบรรยากาศที่ดีได้ก็ต่อเมื่อเราคิดถึงความรู้สึกของคู่สนทนาไม่ใช่สนแต่ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรการที่ผมสามารถเอาตัวรอดในอาชีพนักจัดรายการวิทยุมาได้นั้นทั้งที่เป็นคนที่มีความบกพร่องด้านการสื่อสารก็เพราะผมคำนึงเสมอว่าต้องทำอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะพูดได้อย่างสบายใจ

อาจมีบางคนคิดว่าถ้าเราต้องการคำหนึ่งจากคนอื่นเวลาที่คุยแล้วเราจะได้อะไรอย่างนั้นสู้ไม่คุยเลยจะไม่ดีกว่าหรือแต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดครับเพราะเมื่อเราพูดคุยโดยคำนึงถึงคู่สนทนาอีกฝ่ายก็จะอยากคุยกับเราส่งผลให้การพูดคุยครั้งนั้นเป็นไปอย่างลื่นไหลและต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกันอาจกล่าวได้ว่าแท้จริงแล้วการคำนึงถึงคนอื่นก็คือการคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ยังยืนของทั้งสองฝ่ายนั้นเอง

คนพูดไม่เก่งมาคิดว่าการพูดเป็นเรื่องยากแต่การพูดคุยไม่ใช่เรื่องยากเราแค่กำลังใช้วิธีพูดคุยที่ไม่มีประสิทธิภาพอยู่ต่างหากที่น่าวิตกก็คือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าวิธีสื่อสารที่ใช้อยู่นั้นไม่ดีพอ เปรียบไปแล้วก็เหมือนสมัยที่มีอาหารกระป๋องแต่ยังไม่มีเครื่องมือที่ใช้เปิดกระป๋องเวลาจะเปิดจึงต้องใช้ขวานเปิดแทนแค่จินตนาการก็สัมผัสได้ถึงความยุ่งยากแล้วใช่ไหมล่ะครับแต่เพราะยุคนั้นไม่เคยได้สัมผัสกับความสะดวกสบายของที่เปิดกระป๋องเค้าจึงไม่ได้คิดว่าการใช้ขวานเป็นวิธีที่ไม่สะดวกอาหารกระป๋องต่างหากที่ทำตัวยุ่งยาก

อย่างไรก็ตามคนที่ฟังรายการหรืออ่านหนังสือเล่มนี้ของผมนับว่าเป็นกลุ่มที่รู้ตัวแล้วว่าในระดับหนึ่งมีวิธีพูดคุยที่ใช้อยู่ไม่ได้ผลจึงพยายามจะหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าหรือก็คือกำลังมองหาที่เปิดกระป๋องมาใช้แทนขวานนั่นเอง ตัวผมเองก็เคยใช้ขวัญมาก่อนจึงรู้ดีว่ามันลำบากแค่ไหนผมจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแบ่งปันที่เปิดกระป๋องให้กับทุกคนครับ

ลดการพูดคำว่าไม่

Image result for say no

ตอนนี้อาจมีใครหลายคนนึกอย่างผมว่าในก่อนหน้านี้บอกว่าห้ามโกหกให้พูดสิ่งที่คิดออกไปไงล่ะแล้วถ้าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันไม่ใช่จะให้บอกว่าใช้ได้อย่างไรอันนี้ผมยังยืนยันคำเดิมครับเพราะถ้าไตร่ตรองดูให้ดีคุณจะรู้ว่าการพูดความจริงใจกับการขัดคอนั้นเป็นคนละเรื่องกัน

การพูดความจริงใจมีจุดประสงค์คือเพื่อบอกในสิ่งที่เราคิดโดยไม่ได้ต้องการทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นแต่จุดประสงค์ของการขัดคอคือเพื่อต้องการจะบอกว่าตัวเองเก่งกว่าถูกต้องกว่ารู้ทันกว่าอีกฝ่ายกำลังมาไม้ไหนมันไม่ใช่วิธีแสดงความคิดเห็นแต่เป็นการโอ้อวดรูปแบบหนึ่งครับ

ผมแนะนำให้คุณลองสำรวจตัวเองดูว่าเป็นคนที่ชอบพูดคำว่าไม่ใช่หรือไม่จริงหรือเปล่าถ้าใช่แล้วก็คุณอาจจะกำลังเป็นคนที่ชอบขัดคอคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัวซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างศัตรูแล้วการพูดคำที่มีความหมายในแง่ลบไปบ่อยยังอาจส่งอิทธิพลให้คุณกลายเป็นคนคิดลบหรือมองโลกในแง่ร้ายได้ เรื่องเล็กๆอย่างการขัดคอสามารถส่งผลเสียได้ขนาดนี้เลยเชียวล่ะวิธีแก้นิสัยชอบพูดขัดคอคนอื่นที่ทำได้ง่ายและเร็วที่สุดคือเราต้องลดการพูดคำว่าไม่ลงผมไม่ได้จะบอกให้คุณเห็นด้วยกับทุกอย่างที่คนอื่นพูดคุณยังสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจได้เป็นปกติเพียงแต่ให้ตัดคำว่าไม่ออกไปเท่านั้น ตัวอย่างเช่นเวลาเห็นไม่ตรงกับ คำพูดคนอื่นแทนที่จะพูดว่าไม่ใช่หรือไม่เห็นด้วยก็ให้พูดว่าแต่ส่วนตัวผมคิดว่า…. หรือเวลาที่อีกฝ่ายพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รู้มาแทนที่จะพูดว่าไม่จริงสักหน่อยก็ควรจะพูดว่าแต่ผมเคยได้ยินมาว่า…. แทนครับ

คำว่าไม่เป็นคำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบคำประเภทนี้ จะกระตุ้นสัญชาตญาณการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของมนุษย์ได้ง่ายเราจึงไม่ควรใช้พร่ำเพื่อครับ

 

ขัดคอ

Image result for การพูดขัดคอ

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ข้อสุดท้ายก็คือการขัดคอ

ถ้าเคยคุยกับคนที่ชอบขัดคอคุณน่าจะยังจำความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้สึกรำคาญแต่ถ้าบรรยากาศการสนทนาแย่มากๆจากความรำคาญก็จะอาจเปลี่ยนเป็นความโกรธได้หรือกลายเป็นความเกลียดไปเลยก็ได้ ผลที่ตามมาของการขัดคอจึงถือว่าร้ายแรงเลยทีเดียวอะไรคือสาเหตุที่ทำให้การขัดคอส่งผลเสียได้ขนาดนี้เรามาลองพิจารณาไปดูด้วยกันครับ

มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณของการแบ่งฝักฝ่ายกล่าวคือมีการแบ่งว่ามีพวกเรากับพวกเขาคนที่เป็นพวกเราคือคนที่เราจะแบ่งปันสิ่งดีดีต่างๆให้และคอยปกป้องกันและกันในขณะที่พวกเขาคือศัตรูที่ต้องต่อสู้แข่งขันที่มนุษย์ชาติ ทำสงครามกันก็เพราะมีการแบ่งเป็นพวกเรากับพวกเขานี่แหละครับ

ด้วยเหตุนี้การพูดขัดคอคนอื่นด้วยคำว่าไม่ใช่ไม่ชอบไม่จริงจึงเป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในตัวมนุษย์คุณอาจไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่ในสายตาคู่สนทนาคุณกลายเป็นพวกเขาหรือสตูไปในทันทีคุณคงไม่อยากคุยกับคนอื่นเราได้ศัตรูมาแทนมิดหรอกจริงไหมครับ

โอ้อวด

Image result for การพูดโอ้อวด

พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ข้อที่สองก็คือการโอ้อวดจริงอยู่ว่าการโอ้อวดไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมอย่างการโกหกแต่มันก็เสียมารยาทและไม่ถูกต้องตามกติกา ของเกมพูดคุยถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพการโกหกก็เปรียบเสมือนความผิดระดับโดนให้ใบแดงแล้วถูกไล่ออกจากสนามส่วนการโอ้อวดเป็นความผิดระดับใบเหลืองเรายังอยู่ในเกมพูดคุยต่อได้แต่โอกาสที่คนอื่นจะส่งลูกมาให้ก็จะน้อยลงไปเรื่อยเรื่อย

โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เรามักให้ความสำคัญกับตัวเองที่สุดเวลาพูดก็อย่าพูดแต่เรื่องของตัวเองแม้แต่คนพูดไม่เก่งเวลาได้เจอคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจก็เริ่มอยากที่จะพูดเรื่องตัวเองออกมาซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดครับแต่เราต้องระวังไม่ให้มันกลายเป็นอุปสรรคต่อเกมพูดคุยของเรา

คุณอาจสงสัยว่าทำไมเราจึงต้องระวังเวลาพูดเรื่องตัวเองนั้นนานก็เพราะว่าถ้าเผลอไปแม้แต่นิดเดียวการพูดเรื่องตัวเองจะกลายเป็นการโอ้อวดทันทีแถมส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้ตัวกันอีกด้วยความจริงรายการนี้ที่ผมจัดอยู่ก็เป็นการพูดเรื่องตัวเองเหมือนกันส่วนตัวรักผมรู้สึกสนุกนะครับแต่ก็ลำบากไม่น้อยเพราะต้องคอยเตือนตัวเองว่าห้ามคุยโม้โอ้อวด ไม่แน่ผมอาจจะมีหลุดไปบ้างแล้วก็ได้

ทำไมการอวดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ดีถ้าตัดเหตุผลทำนองว่ามันน่าอายหรือดูไม่ดีอะไรพวกนั้นทิ้งไปรับพิจารณาจากมุมมองที่หยุดเกมพูดคุยเป็นหลักผมคิดว่าสาเหตุที่การโอ้อวดเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎเกมส์พูดคุยนั้นเป็นเพราะมันมีแนวโน้มจะจำกัดความเห็นของคู่สนทนาให้ต้องเห็นด้วยกับตัวเอง

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยก็คือคนที่ชอบคุยโอ้อวดว่ารู้จักกับคนใหญ่คนโตหรือคนที่มีชื่อเสียงผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องเคยพบกับคนประเภทนี้มาแล้วคุณสัมผัสได้ใช่ไหมล่ะครับว่าเวลาที่มีคนมาพูดอะไรทำนองนี้ให้ฟังคุณจะรู้สึกเหมือนถูกบีบให้ต้องเห็นด้วยว่าเค้าเป็นคนพิเศษสุดยอดมากๆที่ไปรู้จักกับคนที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นได้ถ้าไม่เห็นด้วยอาจมีเรื่องราวที่ผิดใจกันคุณเลยต้องทำเป็นเออออตามไปแต่ในใจอยากรีบรีบจบบทสนทนานี้ให้เร็วที่สุด

คุณคงเห็นแล้วว่าการพูดโอ้อวดไม่ดีต่อเกมส์พูดคุยอย่างไรแต่ผมไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเรื่องขอขาดบาทตายจนถ้าเผลอทำขึ้นมาแล้วต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตอะไรแบบนั้นนะครับแน่นอนว่าบางครั้งคนเราก็เผื่อตัวเองไปบ้างคุณจึงไม่ควรเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไปแต่ก็ต้องมีความระมัดระวังอยู่เสมออันที่จริงกลยุทธ์ตัวตลกที่ผมพูดถึงไปก่อนหน้านี้ถือเป็นยาต้านการโอ้อวดชั้นยอดใครที่เผลอบ่อยควรฝึกกลยุทธ์นี้เป็นประจำครับ

เรามีสิทธิ์ที่จะไม่พูด

การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรโกหกเลยแต่แน่นอนว่าในชีวิตจริงบางครั้งสถานการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยให้พูดความจริงได้เสมอไปแล้วในสถานการณ์แบบนั้นเราควรทำอย่างไรคำตอบคือไม่ยากครับเพราะยังมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องโกหกอยู่นั้นก็คือ เรามีสิทธิ์ที่จะไม่พูด มาดูตัวอย่างกันนะครับสมมุติว่าสถานีวิทยุที่ผมทำงานอยู่มีแผนการจะปรับผังรายการของช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมหลายรายการจึงถูกย้ายเวลาบางรายการมีการเปลี่ยนตัวพี่ก่อนหรือผู้สนับสนุนตัวผมรู้รายละเอียดในส่วนของตัวเองอยู่แล้วแต่เนื่องจากพังยังไม่ลงตัวแน่นอนทางสถานีจึงบอกให้เก็บเป็นความลับเอาไว้ก่อนในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเกิดมีใครมาถามผมว่าในผังใหม่ใครจะเป็นผู้ช่วยจัดรายการของคุณโยะชิดะ คุณคิดว่าผมควรทำอย่างไรดีครับ

เนื่องจากผมรู้คำตอบอยู่แล้วการบอกเค้าไปว่าไม่รู้จึงเท่ากับเป็นการโกหกแล้วถ้าบอกอย่างนั้นไปแล้วเค้าไปรู้ความจริงทีหลังก็คงรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน

แต่ถ้าผมใช้สิทธิ์ที่จะไม่พูดโดยบอกเขาว่าตอนนี้ยังบอกไม่ได้ปัญหาก็จะหมดไปแถมยังไม่ต้องโกหกเลยแม้แต่คำเดียว

ตอนเด็กเด็กผมเคยไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจในหนังถึงได้บอกผู้ต้องหาว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดแต่พอมาคิดดูผมก็พบว่ามันเป็นการให้สิทธิ์ที่จะไม่ต้องโกหกนั่นเองมนุษย์ทุกคนล้วนได้รับสิทธิ์นี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดเราจึงไม่ควรปล่อยให้มันสูญเปล่าครับ

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์

Image result for พูดโกหก

มาถึงตอนนี้คุณคงเห็นภาพและเข้าใจแล้วว่าเกมพูดคุยไม่ใช่เกมส์ที่ยากจะเล่น อะไรเลยกฎกติกาของมันยึดหยุ่นวิธีเอาชนะก็มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนอย่างไรก็ตามยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ถือว่าผิดกฎและอาจนำความเดือดร้อนหรือความบาดหมางมาสู่ตัวคุณและคู่สนทนาพฤติกรรมที่ว่านี้ได้แก่

  • โกหก
  • โอ้อวด
  • ขัดคอ

คุณอาจคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้กันอยู่แล้วแต่คนส่วนใหญ่มองพฤติกรรมเหล่านี้ว่าไม่ดีโดยตัดสินจากมุมมองด้านศีลธรรมไม่ใช่แงว่ามันไม่ดีต่อการพูดคุยอย่างไรในบทนี้ผมจึงขออธิบาย โดยยึด. ยืนของเกมพูดคุยเป็นหลักครับ

โกหก

มาดูที่โรงรักกันก่อนเลยการโกหกเป็นพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่เราต่างรู้กันดีก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่าเราควรปรุงแต่งด้วยแสดงความรู้สึกและอารมณ์ออกไปด้วยเวลาคุยกับคนอื่นเพื่อสร้างให้มีสีสันในการสนทนาเช่นเวลามีใครเอาของที่เค้าทำเองมาให้กินแล้วรู้สึกว่าอร่อยเราก็ไม่ควรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งนิ่งอ่ะสีหน้าควรจะแสดงถึงอารมณ์ออกไปด้วยถ้าจะให้ดีควรทำให้เกินจริงเล็กน้อยเช่นทำน่าตื่นเต้นตะลึงแล้วพูดว่าโหอร่อยแบบไม่น่าเชื่อเพราะการปรุงแต่งแบบนี้จะช่วยให้บรรยากาศการสนทนาผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น

อย่างไรก็ตามผมไม่ได้หมายความว่าคุณคนโกหกพูดตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดไปไกลนะครับหรือพูดอีกอย่างก็คือคุณสามารถปรับปรุงแต่งความจริงให้มีสีสันขึ้นได้แต่ห้ามปั่นน้ำเป็นตัวเด็ดขาด

การโกหกนั้นจะส่งผลเสียตามมาเสมอต่อให้เป็นการโกหกด้วยเจตนาที่ดีก็ตามสมมุติว่าคุณกินอาหารที่คนอื่นทำให้แต่พอกินดูแล้วปรากฏว่ารสชาติแย่มากคุณกลัวจะทำให้เขาเสียน้ำใจเลยโกหกไปว่าอร่อยคุณอาจจะคิดว่าคำโกหกแค่นี้ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายแต่ถ้าเค้าดีใจมากจนทำมาให้คุณกินเป็นประจำคนที่ต้องรับเขาก็คือตัวคุณเองหรือถ้าแย่ไปกว่านั้นเค้าอาจจะรอเอาไปให้คนอื่นชิมแต่ทุกคนยกเว้นคุณเป็นพูดเสียงเดียวกันว่าไม่อร่อยสุดท้ายเค้าเลยรู้เลยว่าคุณไม่พูดความจริงแถมยังเสียใจหนักยิ่งกว่าเพราะรู้สึกเหมือนคุณถูกหลอกมาตลอดเรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยถ้าคุณพูดความจริงไปตั้งแต่แรก

การพูดสิ่งที่คิดหรือรู้สึกจริงๆออกไปไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนะครับเพียงแต่ต้องมีการปรุงแต่งบางเพื่อที่จะไม่ให้คำพูดและท่าทางของเราไปทำร้ายความรู้สึกคนอื่น