จากกลุ่มเด็กที่สอบไม่ติดสุขกลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่

จากกลุ่มเด็กที่สอบไม่ติดสุขกลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่

จากกลุ่มเด็กที่สอบไม่ติดสุขกลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่

ฤดูร้อนในปีค.. 2014 โรงเรียนกวดวิชาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งได้ประกาศปิดสาขาโรงเรียน 20 แห่งทั่วประเทศหลายคนตกใจกับข่าวนี้เพราะโรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนกวดวิชาชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นมิหนำซ้ำในช่วงทศวรรษ 1980 จะเป็นสถาบันกดวิชาที่มีนักเรียนหลาย 10,000 คนมาเรียน

ว่ากันว่าสมัยนั้นมีนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติดแล้วรอการซ่อมใหม่ทั่วประเทศกว่า 290,000 คนแต่ปัจจุบันมีประมาณ 85,000 คนเท่านั้นหรือเท่ากับว่าลดลงมากกว่าหนึ่งในสามนำเพราะมหาวิทยาลัยเอกชนมีการจัดสอบเพิ่มขึ้นอีกทั้งรัฐบาลยังเขาใหญ่โคต้าการสอบแอดมิชชั่นเพื่อรองรับนักศึกษาใหม่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักเรียนเข้าสมัยก่อนและจำนวนของนักเรียนที่สอบไม่ผ่านและจำเป็นจะต้องกดวิชาก็ลดลงตามไปด้วย

เพราะว่าท่ามกลางสถานการณ์ย่ำแย่ที่วัดวงโรงเรียนกวดวิชาเผชิญอยู่โรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งกลับมีผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องปัจจัยที่ช่วยประคับประคองผลประกอบการของโรงเรียนให้มั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือการสลับกลุ่มเป้าหมายจากนักเรียนสอบไม่ติดมาเป็นนักเรียนกำลังศึกษาอยู่โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ตามต่างจังหวัดซึ่งไม่เคยอยู่ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโรงเรียนกวดวิชา

ด้วยเหตุนี้โรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่จึงนิยมใช้อาคารพาณิชย์ใจกลางเมืองทำเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่วิธีนี้กลับมีข้อเสียตรงที่ไม่เหมาะสำหรับกลุ่มนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่โดยเฉพาะนักเรียนที่ต้องทำกิจกรรมในโรงเรียนและนักเรียนที่อยู่ต่างจังหวัด ข้อดีอีกอย่างก็คือสามารถกระจายค่ะเสียงของอาจารย์ที่ได้รับความนิยมไปได้ทั่วถึงทุกภูมิภาคในประเทศและต่อให้มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องจ้างอาจารย์เพิ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *