ให้คนที่ไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาใส่แว่นตา

ให้คนที่ไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาใส่แว่นตา

ให้คนที่ไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาใส่แว่นตา

ในบทที่หนึ่งผมได้เสนอ เคล็ดลับผิดคู่ปิดฝาจากตัวอย่างผลิตภัณฑ์เต้าหู้แต่ขายด้วยซะกุ กลับผลิตภัณฑ์เต้าหู้แต่ขายในงานแฟชั่นโชว์สำหรับผู้หญิงไปแล้วซึ่งจะว่าเป็นเคล็ดลับดังกล่าวก็ค่อนข้างมีส่วนคล้ายครึ่งกับวิธีขายด้วยเทคนิคสลับที่เน้นการเข้าหากลุ่มลูกค้าใหม่ใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน

เคล็ดลับสำคัญที่สุดในการขายแว่นตานี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดที่มองเพื่อนเผินอาจจะดูธรรมดาแต่เรียกได้ว่าบ้าบินพอสมควรด้วยการให้คนสายตาดีมาสวมแว่นตา

เดิมทีเค้าไม่ได้เป็นคนที่มีปัญหาสายตาเพราะว่ากลับประสบปัญหาดวงตาเมื่อยล้ายิ่งถ้าวันไหนต้องทั้งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์อาการดังกล่าวก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นแล้ววันหนึ่งระหว่างที่กำลังคุยกับจักษุแพทย์เค้าก็ปล่อยขึ้นว่าระยะนี้ผมรู้สึกตาลาชอบกลจักษุแพทย์คนนั้นจึงตอบว่าบางทีสาเหตุอาจจะมาจากแสงสีฟ้าก็ได้นะครับนั่นจึงเป็นที่มาของการคนคิดและพัฒนาแว่นตาสำหรับการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่ได้แก่แรงผักดันจากองค์การผู้ผลิตแว่นตาอย่างที่ผมเกริ่นไปแล้วว่าประเทศญี่ปุ่นมีคนที่จำเป็นต้องใช้แว่นตาอยู่ประมาณ 60,000,000 คนในขณะที่ยอดขายมันตัดออกปีอยู่ที่ประมาณ 20,000,000 อันและยังคงรักษาระดับยอดขายนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ดังนั้นแม้ผลประกอบการของบริษัทจะดีแต่ยอดเงินรวมสุทธิกลับหดตัวสิ่งที่จะช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ได้ก็คือการเพิ่มปริมาณยอดขายและเพิ่มขอบเขตของตลาดให้กว้างขึ้นสำหรับการขายแว่นแต่จะทำอย่างไรล่ะในเมื่อยอดขายไม่เปลี่ยนแปลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *