ขายซุปถ้วยด้วยเทคนิคแผลง

ขายซุปถ้วยด้วยเทคนิคแผลง

ขายซุปถ้วยด้วยเทคนิคแผลง

อันดับแรกที่ผมอยากจะพูดก็คือคนอคัปซุปหรือซุปถ้วยของอายิโน๊ะโมะโต๊ะคนอคัพซุปเป็นสินค้าขายดีติดตลาดตั้งแต่วางจำหน่ายครั้งแรกในปีค.. 1973 แต่ตัวอย่างที่ผมจะหยิบยกมาในบทนี้ก็คือทำเป็นปังจุ่มและปังแช่ซึ่งจะทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลาสามปีตั้งแต่ปีค.. 2010 อ่านแล้วอาจจะงงงงว่าปังจุ่มและปังแช่คืออะไรผมจะอธิบายให้ฟังก่อนอื่นต้องขอท้าวความก่อนว่าระหว่างปีค.. 2005 ถึง2008 บริษัทผู้ผลิตอาหารของญี่ปุ่นต่างกุมขมับกับราคาวัตถุดิบที่ดีตัวสูงขึ้นจนต้องหรือแผนการตลาดและการผลิตกันใหม่เพื่อหาทางรับมือการขาดทุนกันจ้าละหวั่นคนอคัพซุปเองก็เป็นหนึ่งในผู้จัดการแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นานจึงต้องนำทีมปรับปรุงสินค้าแล้วก็คำนวณต้นทุนใหม่ทั้งหมด

หลังจากการปรับปรุงสินค้าแล้วเค้าได้เลือกประโยคสำหรับใช้โฆษณาว่าคนอคัปซุปคัดสรรเฉพาะข้าวโพดจากฟาร์มในเกาะฮอกไกโดที่ทำสัญญาการท้ากันเท่านั้นเพื่อเป็นการสื่อสารกับลูกค้าไปในตัวว่าแม้จะอยู่ในภาวะรักเข็มขัดแต่คนอคัปซุปก็ยังคงรักษาคุณภาพของสินค้าอย่างเสมอต้นเสมอปลายโดยเฉพาะการเลือกสรรผักที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาทิข้าวโพดให้สมกับเป็นแบรนด์ยอดนิยมมานานกว่า30 ปี

แต่ปรากฏว่าผลตอบรับไม่เป็นตามที่คาดหวังเพราะยอดขายก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นสักเท่าไหร่ซึ่งในช่วงนั้นเองที่ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมทีมโจทย์หลักของทีมตอนนั้นก็คือการแก้ปัญหารักข้างเดียวผมจึงเริ่มต้นแผนงานด้วยการทำแบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคคนอคัพซุปว่ามีรูปแบบใดบ้างซึ่งผลของแบบสอบถามสามารถสรุปแยกเป็นข้อๆได้

  1. แทบทุกคนจะมองว่าเป็นอาหารเช้า
  2. มากกว่า70% ของคนที่กินเป็นอาหารเช้าก็คือกลุ่มที่ชื่นชอบขนมปังมากกว่าข้าว
  3. ทั้งที่คนอคัพซุปเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมกับขนมปังแต่กลับไม่มีใครเคยเชิญชวนเรื่องนี้
  4. สรุปคือกลุ่มผู้บริโภคซุปกินคนอคัปซุปกับขนมปังแต่กลุ่มผู้บริโภคขนมปังกลับมากินขนมปังกับขนมกับซุปจึงกลายเป็นสาเหตุของปัญหารักข้างเดียวนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *