บริษัทที่ขายเต้าหู้ด้วยเทคนิค “แต่”

คราวนี้มาดูตัวอย่างของร้านขายเต้าหู้กันบ้างร้านขายเต้าหู้ที่ผมจะพูดถึงนี้ ไม่ใช่ร้านเล็กๆที่อยู่ตามตลาดแต่เป็นเรื่องราวของบริษัทหนึ่งซึ่งแม้จะเริ่มต้นธุรกิจในระดับเอสเอ็มอีก็สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตเต้าหู้อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มภาคภูมิโดยสามารถเพิ่มยอดขายจาก 4,000,000,000 เยนเป็น 120,000,000,000 เยนภายในหกปีเท่านั้น

อันที่จริงบริษัทซะงะมิยะฟู๊ดส์นี้ ไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างของผมโดยตรงแต่เป็นลูกค้าของผมอีกทีหนึ่งประธานบริษัทนี้คนปัจจุบันเกิดเมื่อปีค.ศ. 1973 เดิมทีทำงานเป็นเซลล์อยู่บริษัทอุตสาหกรรมนมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งจากนั้นก็ได้รับการชักชวนให้มาทำงานที่บริษัทนี้ซึ่งเป็นผู้ผลิตต้องห่วงนี้กระทั่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัทในที่สุด

เขาได้นำประสบการณ์จากแวดวงอื่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานของตนอีกทั้งยังมีแนวคิดประจำใจว่าเต้าหู้ไม่จำเป็นต้องมีสีขาวและไปส่งซีเรียมเสมอไปจึงเป็นที่มาของการพัฒนาสินค้าจนฮิตติดตลาดและมีเอกลักษณ์หลายชิ้นและที่สำคัญก็คือเค้าใช้วิธีมองและมุ่งไปยังผู้ซื้อกลุ่มใหม่และมีวิธีขายรูปแบบใหม่ซึ่งไม่มีใครคิดออกหรือคิดไม่ถึงว่าจะสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์เต้าหู้ได้เราจึงคาดคะเนความเป็นไปได้ก่อนผลิตสินค้าไม่ใหม่วางจำหน่ายในท้องตลาด

การนำเสนอผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าชิ้นนี้จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิงวัยรุ่นเป็นหลักอีกทั้งยังมีการออกบูธในงานแฟชั่นโชว์พร้อมทั้งมีแจกสินค้าตัวอย่างให้ผู้ที่มาร่วมงานแบบไม่หวงซึ่งผลิตภัณฑ์เต้าหู้แต่งานขายงานแฟชั่นโชว์นี้ที่สร้างกระแสความสนใจของสินค้า

บางคนอาจจะกำลังคิดว่าบริษัทนี้ที่มีต้องแบบแปลกใหม่เป็นตัวกระตุ้นยอดขายว่าจริงแล้วปัจจัยหลักที่สร้างยอดขายคือผลิตภัณฑ์แหวกแนวเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรอก่อนหน้านี้ผมก็ได้เกินไปบ้างแล้วว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทผู้ผลิตต้องอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นและมีความเป็นเลิศในด้านความคิดสร้างสรรค์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *