พิพิธภัณฑ์ซ่างไห่

Related image

ซ่างไห่ หรือเซี่ยงไฮ้ไม่เคยเป็นอะไรมากไปกว่าหมู่บ้านชาวประมงจนกระทั่งความผันแปลของกาลเวลานำพาซ่างไห่ มาสู่จุดสูงสุดเมื่อยามที่ตะวันตกกับตะวันออกพยายามจะพบกันไม่มีเรื่องราวที่บอกเล่าถึงความมั่งคั่งเก่าแก่ในยุคโบราณโบราณแต่เสียงหายมีความเกี่ยวเนื่องกับปัจจุบันและเป็นสถานที่ที่เชื่อมต่อแผ่นดินเก่าให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดีการท่องเที่ยวไปในห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้จึงคล้ายการเดินทางไปสู่บทสรุปที่เป็นกลางด้วยเรื่องเล่าในชิ้นงานเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่ถูกมองอย่างคนนอกผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตกต่ำหรือรุ่งเรืองแห่งอดีตกาลโดยตรง พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ให้ภาพรวมพื้นใหญ่ของภาพประวัติศาสตร์ศิลปะจีนที่ยาวนานต่อเนื่องมาหลาย 1000 ปีย้อนกลับไปในยุคแรกเริ่มงานศิลปะเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบูชาสรรเสริญเทพเจ้าเป็นหลักก่อนที่จะค่อยค่อยผ่อนคลายความเครียดคลาสลงมาด้วยการเพิ่มลำดับขั้นของงานฝีมือที่นำมาใช้ตอบสนองต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยเรื่อย

หนึ่งในประเภทของงานศิลปที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศจีนก็คืองานประติมากรรมซึ่งปรากฏมีขึ้นตั้งแต่ยุคหินใหม่ในรูปแบบของงานเครื่องปั้นดินเผาและงานแกะไม้ขึ้นรูปโดยนิยมทำเป็นรูปคนสัตว์เครื่องใช้ไม้สอยและแบบจำลองอาคารบ้านเรือนตามมาในภายหลัง รูปแบบงานในยุคแรกแรกเช่นในสมัยซางและโจว จะเป็นชิ้นเล็กๆเสียเป็นส่วนใหญ่ออกแบบเรียบง่ายและเป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะใช้บรรจุลงในสุสานของกษัตริย์หรือชนชั้นสูงเพื่อเป็น ทั้งเครื่องป้องกันภัยและเป็นผู้ชี้ทางและเป็นทั้งปรับใช้ในโลกหน้าเช่นตุ๊กตาไม้สมัยสงครามระหว่างแขวนปลายราชวงศ์โจว รูปคนยืนสำรวมเอามือจับกันภายใต้เสื้อคุมยาวที่ยังคงเห็นร่องรอยตามของสีแดงเป็นลวดลายสดใสแม้ในปัจจุบัน

ทางไปถึงห้องสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ก็คือห้องแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชนพื้นถิ่นซึ่งมีอยู่หลากหลายในแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้มีบ้างที่เราเคยได้พบประพูดคุยกับคนพวกนี้มาแล้วแต่ก็มีบ้างที่เราไม่ได้เคยเห็นและเคยอ่านเรื่องราวของเขาในพิพิธภัณฑ์มาก่อนแต่ก็ยังมีอีกมากมายโดยเฉพาะทางตอนใต้ที่เรายังไม่ได้มีโอกาสได้เดินทางไปถึงความโดดเด่นของศิลปะวัฒนธรรมชาวพื้นถิ่นหรือเราเคยชินเรียกว่าชาวเขานั่นเองอยู่ที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับเป็นหลักโดยวิธีการปักการทการย้อมการตกแต่งหินมีค่าและการนำวัสดุท้องถิ่นมาใช้ช่างประณีตละเอียดละออบ่งบอกถึงความศรัทธาต่อศาสนาและธรรมชาติอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ตรงกันข้ามกับวิถีชีวิตยังไงที่นอนกลางดินกินกลางทรายของเค้ามาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *