พิพิธภัณฑ์มณฑลหอหนาน

Related image

เรามักมองแผ่นดินผืนใหญ่ที่ตั้งขนาดอยู่ทั้งสองข้างดินแดนสุวรรณภูมิเช่นชุมพูทวีปและแผ่นดินกลางอย่างผู้ที่มีอดีตอันรุ่มรวยและอารยธรรมสูงส่งเสมอหลังจากได้เคยเดินทางไปถึงแม่น้ำยามูนาคงคาและพรหมบุตรเราใช้เวลาอีกนานถึงสามปีกว่าจะดันโดนมาถึงต้นกำเนิดอีกแห่งอย่างแม่น้ำหวงเหอหรือแม่น้ำเหลืองแม่น้ำที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของชนชาติจีนอย่างแท้จริง

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนักที่พื้นที่ที่เรียกขานกันว่ามณฑลหูหนานหรือดินแดนทางใต้ของแม่น้ำนั้นถือเป็นหัวใจของแผ่นดินกลางมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเลยทีเดียวโดยเฉพาะเมื่ออารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงยุคสมัยแห่งราชวงศ์และการจดบันทึกอย่างเป็นทางการ เรามาถึงเหอหนาน เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนพอดีหลังจากข้ามแดนมาจากไทยและลาวเพิ่งมีโอกาสได้มาสัมผัสศูนย์กลางความรุ่งเรืองนานนับ 1000 ปีของแผ่นดินกลางเป็นครั้งแรกเมื่อได้พบร่องรอยต่างๆของผู้เจริญแล้วแห่งแม่น้ำเหลืองย้อนหลังไปไกลถึง 4000 ปี

มีเรื่องเล่าประปาของจีนโบราณกล่าวถึงการเคยมีปรากฏมีอาณาจักรแห่งหนึ่งนามเซี่ย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลืองมาตั้งแต่ 4000 ปีที่ผ่านมาต่างจากสังคมสมัยโบราณก่อนหน้านี้เซียร์ปกครองอย่างเคร่งครัดและซับซ้อนขึ้นมีการถือครองทรัพย์สินส่วนต่างๆโดยมีกฎเกณฑ์และการลงโทษเป็นกรอบบังคับความเรียบร้อยของสังคมผู้ปกครองสืบทอดอำนาจโดยสายเลือดนำไปสู่สิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในวัฒนธรรมแผ่นดินกลางนั้นคือสังคมการปกครองแบบราชวงศ์

เค้าความจริงที่สนับสนุนตำนานนี้เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อเมืองหย่านซือ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากนครหลวงในสมัยต่อมาอย่างเจิ้งโจวหรือลั่วหยาง เมื่อมีการค้นพบสุสานเครื่องสัมฤทธิ์และพระราชวังที่การตรวจสอบบ่งบอกว่ามีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึง 4000 ปีซึ่งตรงตรงเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ตำนานในบรรยายไว้แปลว่าไม่พบหลักฐานที่เป็นไรรักสอนร่วมสมัยเดียวกันแต่ก็บ่งบอกถึงการเชื่อมโยงกับอาณาจักรเซี่ย แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ว่า 4000 ปีที่แล้วได้มีราชวงศ์และอารยธรรมอันรุ่งเรืองของหนึ่งเกิดขึ้นเราในอนาบริเวณลุ่มน้ำเหลืองแห่งนี้

ร่องรอยเหล่านี้นอกจากจะบอกถึงความเป็นมาในการเข้ายุคสมัยการปกครองแบบราชวงศ์แล้วยังแสดงให้เห็นว่าการบูชาเส้นไหว้บรรพบุรุษนั้นอย่างรากลึกอยู่ในสังคมจีนมานาน 100,000 นานแม้เมื่อมาถึงสมัยที่การแสดงออกทางวัฒนธรรมกลายเป็นความผิดมหันต์อย่างยกเมื่อ 50 ปีที่แล้วชาวจีนสูญเสียความต่อเนื่องทางศาสนาและความเชื่อที่มีมาเป็น 1000 1000 ปีแต่วัฒนธรรมการเซ่นไหว้บรรพบุรุษก็ยังไม่อาจลบล้างไปจากวิญญาณลึกลึกของพวกเขาได้อยู่ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *