เป็นคำถามที่ “ตอบง่าย”

Related image

ระหว่างคำที่ต้องคิดอยู่นานสองนานถึงจะตอบได้กับคำถามที่ได้ยินปุ๊บตอบได้ปั๊บ ไม่ว่าใครก็คงชอบแบบหลังมากกว่ากันทั้งนั้นผมเคยต้องสัมผัสคนอื่นในหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและตอบลำบากบอกได้คำเดียวว่าทรมานกันทั้งคนถามและคนถูกถามเลยนะครับ นอกจากนั้นการถามคำถามที่ตอบยากไม่ได้หมายความว่าคำตอบที่ได้จะลึกซึ้งหรือจริงใจกว่าคำถามที่ตอบง่ายตรงกันข้ามคำถามที่ตอบง่ายมากมีพลังกระตุ้นให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจได้มากกว่า

ข้อดีอีกอย่างของการถามที่ตอบง่ายก็คือมันช่วยให้คู่สนทนารู้สึกผ่อนคลายการพูดคุยจะมีชีวิตชีวาและมีบรรยากาศที่ดีเมื่อคุณสามารถนำพาการสนทนามาถึงจุดนี้ได้การทำเรื่องนี้ยากขึ้นหน่อยก็ไม่เป็นปัญหาแล้วครับ

ถามเรื่องที่อีกฝ่ายสนใจ

เรื่องที่ทำให้คนถูกถามรู้สึกอยากตอบมากที่สุดนั้นหนีไม่ผลคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องที่เค้าสนใจผมเคยเห็นคนที่บกพร่องด้านการสื่อสารหลายคนพูดได้ไม่หยุดเวลามีคนทำในสิ่งที่เขาชอบดังนั้นถ้าคู่สนทนาชอบฟุตบอลคุณก็ควรถามเรื่องฟุตบอลกับเขาถ้าเค้าชอบทำอาหารก็ควรจะถามเรื่องอาหารกับเขาง่ายนิดเดียวจริงไหมล่ะครับ

บางคนอ่านนึกแย่งผมว่าแล้วถ้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายสนใจเรื่องอะไรล่ะจะทำอย่างไรที่จริงถ้าใช้เทคนิคตั้งใจฟังแบบ 100% เต็มคุณจะไม่มีปัญหานี้เลยแต่สำหรับคนที่ยังไม่เก่งผมแนะนำให้ใช้วิธีโยนหินถามทางการโยนหินถามทางก็คือการหยิบเอาเรื่องทั่วๆไปของตัวคู่สนทนามาตั้งเป็นคำถามที่ตอบง่ายเพื่อจะเก็บข้อมูลไปเรื่อยเรื่อยตัวอย่างเช่นสมมุติว่าผมนั่งอยู่ในบาร์ และกำลังคุยกับคนฟินแลนด์ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเค้าเลยนอกจากเรื่องที่เขาเป็นคนฟินแลนด์เพราะฉะนั้นผมจะใช้วิธีโยนหินถามทางเกี่ยวกับฟินแลนด์ไปเรื่อยเรื่อยเช่นฤดูหนาวของฟินแลนด์นี้หนาวขนาดไหนหรือครับวิธีอบซาวน่าของคนฟินแลนด์ทำกันยังไงครับหรืออาจจะถามแบบติดตลกหน่อยว่าซานตาคลอสมีอยู่จริงที่ฟินแลนด์ใช่ไหมครับ ระหว่างที่โยนหินถามทางก็สังเกตดูว่าเค้ามีท่าทีกระตือรือร้นกับเรื่องไหนเป็นพิเศษเรายิ่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นซ้ำด้วยถามให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหรือถ้าไม่มีความรู้ในด้านนั้นมากพอจะตั้งคำถามที่ลึกซึ้งได้ขอให้ถามแบบคนอยากรู้อยากเห็นเพราะโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ชอบสอนคนอื่นอยู่แล้วครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *