เน้นการ “ส่งต่อ” ไม่ใช่ “การถ่ายทอด”

ในความเห็นของผมการสื่อสารมีรูปแบบหลักๆอยู่ด้วยกันสองแบบได้แก่การถ่ายทอด กับการส่งต่อโดยการถ่ายทอดเป็นการบอกเล่าข้อมูลเพื่อให้ผู้รับสารได้รับรู้และมีความเข้าใจที่ถูกต้องในขณะที่การส่งต่อเป็นการแชร์ความรู้สึกนึกคิดซึ่งผู้ส่งสารอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของการสื่อสารแบบถ่ายทอดก็คือการอ่านข่าวของผู้ประกาศข่าวในโทรทัศน์อันที่จริงงานนักจัดรายการวิทยุเองก็มีส่วนที่เป็นการถ่ายทอดอยู่เหมือนกัน

ส่วนการสื่อสารแบบส่งต่อจะเป็นสิ่งที่แฝงอยู่ในนั้นกับน้ำเสียงอากัปกิริยาและสายตาของผู้ส่งสารคุณคงเคยเห็นบางคนที่ยิมแล้วรู้สึกเหมือนโลกสดใสหรือคนที่ปากพูดว่าไม่เป็นอะไรแต่สัมผัสได้ว่าโกรธใช่ไหมครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกว่าการส่งต่อเป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของผู้ส่งสารก็ได้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้การสื่อสารทั้งสองแบบผสมผสานกันไป แต่ในเกมพูดคุยเราจะใช้ความสำคัญกับการส่งต่อเป็นหลักครับ

ฟังแบบนี้แล้วบางคนอาจรู้สึกว่าเกมพูดคุยเป็นเรื่องยากเพราะการส่งต่อไม่ใช่สิ่งที่พูดออกมาตรงตรงแต่เกิดจากการแสดงออกของฝ่ายหนึ่งและการตีความของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งแปลว่าบางครั้งคู่สนทนาอาจตีความผิดไปจากความตั้งใจของเราเช่นเราผู้ชมแต่เขากลับนึกว่าถูกประชดแน่นอนว่าเห็ดแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณควรรำลึกอยู่เสมอว่าเราไม่สามารถควบคุมความรู้สำนึกคิดของคนอื่นได้ สิ่งที่เราได้มีแค่พยายามส่งต่อความรู้สึกออกไปอย่างจริงใจ และไม่เก็บมาเป็นอารมณ์เมื่อเกิดความเข้าใจผิดขึ้น

อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่ามนุษย์เราสามารถส่งต่อความรู้สึกถึงกัน และกันได้อย่างค่อนข้างแม่นยำแม้บางครั้งอาจผิดพลาดจนทำให้หมางใจกันไปบ้างแต่ถ้าทั้งคู่มีความปรารถนาดีต่อกันก็จะสามารถปรับความเข้าใจกันได้อย่างแน่นอน

นอกจากนั้นถ้ามองอีกมุมการส่งต่อน่าจะเป็นรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสำหรับคนพูดไม่เก่ง การถ่ายทอดด้วยซ้ำครับเพราะไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคอะไรมากมายเรียกว่าขอแค่มีความจริงใจถ้าไม่ต้องเปิดปากพูดก็สื่อสารกันได้แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *