ไม่กล้าสบตากับคู่สนทนา

ที่จริงผมอยากเป็นบรรณาธิการนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ครับไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นนักจัดรายการวิทยุเลยสักนิด ผมชอบจัดการกับข้อมูลมากกว่าจัดการกับคนทุกวันนี้ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการ์ตูนไอดอลและอุปกรณ์ดิจิตอลลงนิตยสารแนวไอทีและบันเทิงด้วย ผมรู้สึกสนุกสนานกับการเขียนเลยยิ่งทำให้ตระหนักว่าตัวเองเป็นคนไม่ชอบการพูดแค่ไหน

ปัญหาหนึ่งที่ผมรักคนที่บกพร่องด้านการสื่อสารหลายคนมีก็คือไม่กล้าสบตากับคู่สนทนาต่อให้มีไอดอลที่กำลังดังมาเป็นแขกรับเชิญในรายการผมก็แทบไม่กล้าสบตาด้วยเลย

การไม่สบตากับคนอื่นมักถูกมองว่าเป็นข้อด้อยเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าการไม่สบตาเป็นการแสดงออกถึงความไม่จริงใจหรือบ่งบอกว่ากำลังปิดบังอะไรอยู่ คนพูดไม่เก่งจึงยิ่งรู้สึกประหม่าเข้าไปใหญ่แต่คนเราควรสบตากันตลอดเวลาที่พูดคุยจริงๆหรือผมไม่คิดแบบนั้นครับ

วงการซูโม่ทุกวันนี้มีนักกีฬาชาวต่างชาติมากขึ้นและบางคนก็ทำผลงานได้ดีกว่านักซูโม่ญี่ปุ่นเสียอีก คุณโชจิ ซะดะโอะ นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเคยให้ความเห็นว่าซูโม่เป็นกีฬาที่นอกจากจะใช้พละกำลังแล้วยังต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งด้วยเพราะทุกครั้งที่ลงสนามสิ่งที่นักซูโม่ทำเป็นอย่างแรกคือการจ้องตาเพื่อข่มขวัญกัน คนญี่ปุ่นจำนวนมากไม่ถนัดเรื่องสบตาคนอื่นในขณะที่นักซูโม่ต่างชาติไม่มีปัญหานั้น จึงมีข้อได้เปรียบกว่าอาจกล่าวได้ว่าการสบตากันเป็นการท้าทายรูปแบบหนึ่งเราจึงควรสบตาคู่สนทนาระหว่างที่พูดคุยบ้างแต่การสบตาตลอดเวลานั้นไม่ดีแน่นอน

คุณทะโมะริ พิธีกรชื่อดังผู้ส่งแว่นดำตลอดเวลาเคยพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่าเวลาที่คู่สนทนากำลังพูดเค้าจะไม่มองตาอีกฝ่ายเลยเพราะต่อให้เป็นการมองผ่านแว่นดำมันก็สามารถทำให้คนที่พูดอยู่รู้สึกกดดันได้ เค้าจึงมองตาคู่สนทนาตอนที่ตัวเองเป็นฝ่ายพูดเท่านั้น

นอกจากนี้เขายังเล่าอีกว่าถ้ากลัวผู้สนทนาคิดว่าเราไม่สนใจก็ให้มองไปที่จมูกของอีกฝ่ายแทนเมื่อทำแบบนี้ก็จะรู้สึกสบายใจกันทั้งสองฝ่ายใครที่มีปัญหาเรื่องการสบตา เคล็ดลับนี้ไปใช้ดูนะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *