จงคิดว่า”เราต่างก็เคยเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันมาก่อน”

เพื่อนผมซึ่งเป็นอาจารย์ของโรงเรียนฝึกสอนการเป็นนักเขียนเล่าให้ผมฟังว่า ในหลักสูตรมีการให้นักเรียนฝึกซ้อมการโทรศัพท์หาคนแปลกหน้า เพราะถ้าพวกเขาต้องไปสัมภาษณ์หรือไปเก็บข้อมูลสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือการโทรศัพท์ไปหาแหล่งข้อมูลอันที่จริงนี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่คนอยากเป็นนักเขียนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้โรงเรียนกลับต้องสอนเรื่องพื้นฐานแบบนี้ให้แถมยังมีนักเรียนบางคนถึงกับร้องไห้ออกมาตอนฝึกซ้อมด้วย

พอลองมาคิดดูผมก็พบว่าสังคมทุกวันนี้ต่างไปจากเมื่อก่อนมากคนรุ่นผมโตมาโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้สภาพแวดล้อมจึงบังคับให้ต้องพูดคุยกับคนแปลกหน้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงเช่นเวลาอยากคุยโทรศัพท์กับเด็กผู้หญิงที่ชอบเราก็ต้องโทรเข้าโทรศัพท์บ้านซึ่งคนที่มารับสายก็มักจะเป็นผู้ปกครองหรือว่าญาติพี่น้อง ทำให้ต้องพูดแนะนำตัวก่อนจะขอคุยกับคนที่ตั้งใจโทรหาต่างกับในสมัยนี้ที่แทบทุกคนก็พบโทรศัพท์มือถือเราเลยเคยชินกับการคุยแต่กับเพื่อนหรือคนรู้จักและเหินห่างจากการสนทนากับคนอื่น

จึงไม่แปลกที่คนอายุ 18 ถึง 19 ปีจะทำตัวไม่ถูกเวลาต้องคุยกับคนแปลกหน้า

เพื่อแก้ปัญหานี้ผมแนะนำให้คิดว่าเราต่างก็เคยเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันมาก่อนครับไม่มีใครในโลกนี้ที่เกิดมาแล้วเจอกับคนรู้จักเลยหรอกไม่ว่าจะพ่อแม่พี่น้องหรือแม้แต่ ฝาแฝดเอง ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็ต่างเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันทั้งนั้นสิ่งที่สำคัญอยู่ที่การทำความรู้จักกันต่างหากถ้าคิดแบบนี้เราจะรู้สึกประหม่าน้อยลงไปเองครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *