SELF ( E- เดินหน้ามาราธอน Enduring Strenght)

ไม่ว่าอารมณ์ของพวกเขาจะเป็นอย่างไร  หากมีสิ่งหรืองานจำเป็นที่ต้องลงมือทำอยู่ตรงหน้าพวกเขาจะกัดฟันทำต่อไป เพราะเค้าไม่ได้ปฏิเสธว่าตัวเองฝืนทำแต่ถึงฝืนใจยังไงพวกเขาก็ลงมือทำอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองว่างเลย

หากไม่มีอะไรทำ  พวกเขาก็จะออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือเปิดหูเปิดตา ด้วยการอ่านหนังสือ  รวมถึงอาจอาสาไปช่วยงานบางอย่างแก่ผู้อื่นและทดลองงานใหม่ๆ

นอกจากนี้พวกเขายังใช้เวลาว่างไปกับการพยายามพัฒนาทักษะของตัวเองฝึกฝนจุดเด่น และปรับปรุงข้อเสีย เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อโอกาสมาถึง

พวกเขาถือว่าหากลงมือทำอะไรซักอย่าง ไม่ว่าเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก   โอกาสประสบความสำเร็จก็มีแม้จะเพียง 1% ก็ตาม  หากแต่อยู่นิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยโอกาสสำเร็จก็จะเป็นศูนย์อย่างเดียวเท่านั้น แถมยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นเลย

พวกเขาให้ความสำคัญกับ “เวลา” มาก สำหรับพวกเขาแล้วเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเงินในตัวมันเองเสียอีก หากคุณมีโอกาสได้พูดคุยกับคนเหล่านี้  คุณมักจะได้ยินคำพูดเปรียบเปรยในทำนองว่า…. อยากให้ในหนึ่งวันมี 25 ชั่วโมงจัง  เมื่อไหร่จะมีเครื่องหยุดเวลาน้า…จะได้พักเบรคบ้าง  หรืออยากให้ในหนึ่งสัปดาห์มีซักแปดเก้าวัน จะได้ทำอะไรได้มากกว่านี้เป็นต้น

ต่างกับคนส่วนใหญ่ที่มาเฝ้ารอหรือหวังให้เวลาผ่านไปเร็วๆ มากกว่า สำหรับคนเหล่านี้ชีวิตเป็นเรื่องน่าเบื่อเพราะพวกเขาไม่มีโครงการหรือแผนการลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เราอาจได้ยินคนประเภทนี้เปรยๆ ในทำนองว่า  “อยู่มาได้ครึ่งชีวิตแล้วเหลืออีกแค่ ครึ่งเดียว อดทนหน่อยแล้วกัน จะหมดเวรหมดกรรมแล้ว”ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไร้จุดหมายในชีวิตประจำวันของคนล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัดเจน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *