สูตรเพิ่มพลังความสำเร็จ

เมื่ออาจารย์ที่เก่งกาจ เจอลูกศิษย์ที่จะรู้สึกชอบมากและหากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคุณไม่ได้เป็นเพียงพวกนักอ่านเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น

ประเมินได้เข้าคร่าวๆ ตอนนี้เลยว่าคุณคือผู้อ่านที่กำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งที่มีคุณสมบัติพื้นฐานในการประสบความสำเร็จได้แน่ๆ

ดังนั้นในตอนถัดไปนี้ผู้เขียนจะนำเสนอเทคนิคอีกบางประการ ที่จะช่วยให้คุณสามารถนำการพูดคุยกับตัวเองไปใช้ได้อย่างประสบความสำเร็จมากขึ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผู้เขียนได้พบประกับบรรดาผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการนำเทคนิคพูดคุยกับตัวเองไปใช้มากมายหลายท่านซึ่งส่วนใหญ่ก็คือบรรดาผู้อ่านประเภทแรกที่กล่าวถึงในตอนต้นนั้นเอง

เท่าที่สังเกตบุคลิกและตัวตนของผู้ประสบความสำเร็จเหล่านั้นดูผู้เขียนได้เห็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่พวกเขาต่างก็มีร่วมกันนั่นคือพวกเขามีความจริงจังกับชีวิตมากกว่าคนในระดับเฉลี่ยทั่วไปในสังคม

กล่าวคือพวกเขาจะลงมือทำในสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้ทุกประการไม่ว่า สิ่งนั้นจะดูน่าอายหรือเป็นสิ่งที่อาจทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ขอเพียงสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีแต่คุณสมบัติด้านบวกไปซะทุกอย่างบางคนก็ยังมีนิสัยคุยโวบ้างเล็กน้อยบางคนก็ยังมีอาการอ่อนปวกเปียกให้เห็นในขณะที่เราเรื่องราวความท้อแท้บางอย่างบางคนก็ยังมีความหงุดหงิดขับข้องใจอยู่บ้างตามประสาปุทุชนธรรมดาทั่วไป

อย่างไรก็ดีพวกเขาก็มีความทอมเนื้อทอมตัวมากพอที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จในแง่มุมที่น่ารักอายแง่มุมที่ละเอียดอ่อนรวมถึงแย่มุมที่ล้มเหลวจากความอ่อนประสบการณ์ของตัวเองจากการลองผิดลองถูก

จนกระทั่งผู้เขียนสามารถกลั่นกรองออกมาเป็นคุณสมบัติที่เด่นที่สุด ในสูตรประสบความสำเร็จของพวกเขาได้4 ประการกลายเป็นหลักที่เรียกว่า SELF ดังต่อไปนี้

S – ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง (Self- Honest)

หากจะมีสิ่งใดที่สำคัญกว่าการซื่อสัตย์ต่อคนอื่นแล้วก็พวกเขาถือว่าการซื่อสัตย์ต่อตัวเองสำคัญที่สุดเพราะเค้าจะดื่มดำความเศร้าเมื่อเกิดความล้มเหลว  พวกเขาอาจจะนอนร้องไห้เสียน้ำตาพี่ซ้ำเพียง แต่พวกเขาก็จะรีบตั้งหลักหรือลุกขึ้นยืนอีกครั้งให้ได้โดยเร็วที่สุดเช่นกัน

หาพวกเขาทำสิ่งใดสำเร็จตามเป้าหมาย พวกเขาก็จะไม่วางฟอร์มเฉยแต่จะให้รางวัลตัวเองเท่าที่ตามความเหมาะสมและยังอาจให้รางวัลกับคนรอบข้างที่ช่วยงานพวกเขาด้วย พวกเขาจะไม่เสแสร้งว่าตัวเองไม่ยินดีในความสำเร็จนั้นๆ

สรุปก็คือพวกเขาซื่อสัตย์ต่ออารมณ์และความคิดของตัวเอง โดยไม่หลีกหนีอารมณ์ใดใดทั้งนั้นทั้งในด้านลบและด้านบวก เพราะมันเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *