คุยง่ายสไตล์ตัวเอง

วิธีที่ดีที่สุด ในการที่คุณจะพูดคุยกับตัวเองได้อย่างไม่เคอะเขิน หรืออึดอัด ก็คือ การสมมุติตัวเองว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวคุณเอง

ใครๆ ก็อยากมีเพื่อนรู้ใจใช่ไหมละคะ?

อย่างไรก็ดี หลายๆคนคงยังไม่ลืมว่า มนุษย์เราทุกคนนั้น โดดเดี่ยวและตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิดแล้ว ตั้งแต่เริ่มลมหายใจแรกตอนออกจากท้องมารดา ไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ไม่มีใครมาหายใจแทนเราเลยสักคน

ดังนั้น เพื่อน ที่ล้ำค่าและซื่อสัตย์มากที่สุด รวมถึงเพื่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเรา ก็คือ

ตัวเราเอง ….

สิ่งที่ทำให้การพูดคุุยกับตัวเอง เป็นวิธีหรือเทคนิคที่ล้ำเลิศที่สุด ในการพพัฒนาตนเองนั้น คือ

ทำได้ง่าย ได้ผลดี และไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดแล้ว ยังสามารถทำได้หลากหลายวิธี ทั้งการคุยเงียบๆ ในใจ คุยออกเสียง คุยแบบรับส่งบทบาท คุยผ่านเครื่องอัดเสียง คุยผ่านการเขียนจดหมายหรือบันทึก เป็นต้น

ขึ้นอยู่กับว่า ‘จริต’ ของคุณเป็นแบบไหนนั่นเอง

เราลองมาดูวิธีการต่างๆ ในการพูดคุยกับอาจารญ์คนนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่า อาจารย์คนนี้แหละ ที่คุยถูกคอกับคุณ และเข้าใจคุณมากที่สุด จนกระทั่งอีกหน่อย คุณอาจจะไม่อยากคุยกับ กูรู หน้าไหนอีกเลยก็ได้

  • คุยในใจ (Inner Talk)

เชื่อว่าผู้อ่านหลายคนสามารถพูดในใจได้ และอาจเคยพูดกับตัวเองในตลอดหลายยปีที่ผ่านมานี้ เพียงแต่ หลายๆ คนอาจจะหลงลืม หรือไม่ค่อยได้ใส่ใจคำพูดและวิธีการ รวมถึงเนื้อหาที่พูดในใจมากนัก เพราะมันเป็นความเคยชินไปแล้ว

ที่จริงหากคุณคิดจะเริ่มหัดคุยกับตัวเองแบบใหม่แล้ว และก็การเริ่มคุยในใจเงียบเงียบแบบนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ต้องรู้สึกขัดเขินแล้วยังสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนบทสนทนาให้เหมาะกับตัวเองได้ง่ายด้วยเรียกได้ว่าไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมาก ขอแค่ตั้งใจจดจ่อในการคุยให้เหมือนคุยกับคนอื่นแค่นั้นเอง

  • คุยออกเสียง (Loudly Talk)

ไม่ว่าคุณจะคุยกับตัวเองหรือคุยกับเพื่อนกับใครๆก็ตาม หากได้คุยกันแบบออกเสียงยิ่งดัง ยิ่งชัดถ้อย ชัดคำ ก็จะรู้สึกว่ายิ่งมีอรรถรสเพลิดเพลินใช่ไหมล่ะคะ

ข้อดีอย่างหนึ่งของการคุยแบบออกเสียงกับตัวเองก็คือคุณจะเห็นรูปแบบและลักษณะการพูดของตัวเองได้ง่ายขึ้นว่ากำลังเป็นไปในเชิงบวกหรือเชิงลบโดยในขณะเดียวกันก็จะทำให้รู้สึกว่าคุณมีความจริงใจกับตัวเองมากขึ้นด้วย

  • คุยออกรส (Acting Talk)

เมื่อคนเราหัดตั้งคำถาม หรือพูดคุยกับตัวเองด้วยจิตที่เป็นสมาธิและเป็นกลางในระดับหนึ่งแล้ว คำตอบที่เกิดขึ้นจากการพูดคุย หรือการตั้งคำถามกับตัวเองนั้นย่อมจะเป็นทางออกหรือทางเลือกที่ดีที่สุดในช่วงขณะนั้น

การพูดคุยหรือสนทนากับตัวเองแบบเป็นสนทนาไปเรื่อยเรื่อยนั้นฟังดูอาจเหมือนจะยุ่งยากซับซ้อน แต่ที่จริงแล้วมันทำได้ง่ายและสบายกว่าการพูดคุยกับตัวเองแบบอื่นเสียอีกเพราะเราไม่จำเป็นต้องเร่งรัดหรือกดดันตัวเองในการป้อนความเชื่อใหม่ๆเข้าไปในตัวเอง

  • เขียนคุยกับตัวเอง (Writing Talk)

มีนักปรัชญา โบราณเคยกล่าวไว้ว่า ”อะไรที่ไม่ได้ถูกบันทึกออกมาถือว่าไม่ได้มีอยู่จริง”

การบันทึกความคิดเป้าหมาย หรือความฝันออกมาเป็นตัวอักษรนั้น มีพลังในการที่จะช่วยให้ถ้อยคำที่เขียนกลายเป็นความจริงได้มากกว่าคำพูดลอยๆ เสียอีก การพูดคุยกับตัวเองในลักษณะนี้ถือเป็นงานเต็มเวลา เป็นของโปรดของชอบสำหรับบรรดาผู้ที่รักการเขียนเลยทีเดียว หลายๆ คนที่ได้ลองเขียนบันทึกไดอารี่หรือบันทึกความในใจกับตัวเองมาแล้วคงจะเข้าใจดีว่าผู้เขียนหมายถึงอะไร

สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องเขียนให้ตรงกับความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ต้องสนใจหรือกังวลว่าใครจะมาอ่านหรือไม่ ซึ่งถ้าจะให้ดีก็ใช้วิธีพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม Word หรือพิมพ์ลงในแอพพลิเคชั่นบนมือถือของเราเองก็ได้ เพราะสามารถเซฟเก็บไว้อ่านได้แถมล็อคไว้ไม่ให้ใครอ่านได้อีกด้วย

  • คุยผ่านเสียงบันทึก (Audio Talk)

ถ้าเป็นสมัยก่อนผู้เขียนคงไม่แนะนำวิธีนี้ แต่สมัยนี้โทรศัพท์มือถือเกือบทุกรุ่นสามารถอัดเสียงตัวเองเอาไว้ฟังได้ตลอดเวลา เรียกว่าใช้ง่ายสบายอารมณ์ไม่ต้องคอยกดเทปกรอไปกรอมาเหมือนเครื่องเล่นคาสเซ็ทในสมัยก่อน

วิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดเป็นการส่วนตัวเพราะหลังจากที่ลองใช้โทรศัพท์มือถืออัดเสียงพูดคุยกับตัวเองดูแล้วก็รู้สึกเหมือนมีทั้งเพื่อนพี่ที่ปรึกษาส่วนตัวคอยติดตามเราไปทุกหนทุกแห่งจนทำให้เป้าหมายหลายหลายอย่างที่ตั้งใจไว้สำเร็จผลได้ง่ายได้อย่างเหลือเชื่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *