ฝั่งแรงจูงใจไฟลุกยิ่งกว่าถูก “โม”

เคยมีผู้ที่อยู่ในแวดวงจิตวิทยาด้วยการเสนอให้ผู้เขียนไปเข้าร่วมอบรมเพื่อสร้างแรงจูงใจหรือที่คนไทยเรียกกันว่าโมติเวท (Motivate)แบบฟรีๆ

โดยในงานจะมีนักพูดและวิทยากรหลายคนขึ้นมาพูดบนเวทีสลับกันและมีกิจกรรมต่างๆให้ทำระหว่างวันหากใครเคยเห็นโฆษณาที่ชักชวนให้ไปเข้าอบรมในลักษณะนี้ก็คงพอจะนึกภาพออกใช่ไหม

ที่จริงการที่ผู้จัดงานมาชวนผู้เขียนให้เข้าร่วมก็เพื่อจะขอให้กลับมาชวนเขียนรีวิวแนะนำรวมถึงประชาสัมพันธ์ต่อๆกันไปให้เป็นการแลกเปลี่ยนด้วย

การที่ผู้เขียนปฏิเสธไปไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรือบ่ายเบี่ยงที่จะช่วยประชาสัมพันธ์  หากแต่เคยเห็นมานักต่อนักแล้วว่าวิธีการอบรมสร้างแรงจูงใจดังกล่าว  ทำให้ผู้เข้าอบรมรู้สึกมีแรงจูงใจและแรงบันดาลใจได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

ส่วนหนึ่งเพราะบรรยากาศภายนอกห้องอบรม สังคมความเป็นจริงไม่ได้คือเคยกและเกิดการกลุ้มใจหรือหนุนใจกันเหมือนตอนที่อยู่ในห้องอบรม

ทั้งนี้หากจะแบ่งให้เห็นง่ายง่ายหมดของการพัฒนาตนเองนั้นมักจะมีอยู่ 4 โหมด หลักๆ ในแต่ละช่วงเริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าอบรมไปจนถึงหลังการอบรมดังนี้

1. โหมดเฉยชา คือหมดก่อนเข้ารับการอบรมซึ่งพนักงานหรือบุคคลทั่วไปกำลังขาดความกระตือรือร้นและขาดเป้าหมายในการทำงานหรือในชีวิต

2. หมดตื่นเต้น เมื่อรู้ว่าตนกำลังจะได้เข้ารับอบรมพวกเขาก็เริ่มมีความหวังว่าตนเองจะต้องได้รับเคล็ดลับและการเปลี่ยนแปลงชีวิตโดยอัตโนมัติ

3. หมดฮึกเหิม หมดนี่ก็หมดที่พนักงานหรือบุคคลทั่วไปกำลังอยู่ระหว่างการอบรมขณะที่อบรมนั้นบรรยากาศมาคุเหิมมีการพูดปลุกใจสนุกเฮฮาจนอยากจะเดินออกมาแล้วตะลุยโลกในบัดดล

4. โหมดแผ่วปลาย โบสถ์แถวปลายหลังการอบรมปลุกใจสิ้นสุดสักพักไฟในตัวและทฤษฎีที่ได้รับการอบรมมาก็จะถูกแทนที่ด้วยกิจวัตรประจำวันและความผิดของที่เคยมีมาก่อนหน้านั้นก็จะดับมอดลงเรื่อยๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *