ส่วนผสมที่ขาดหาย

โดยทั่วไปแล้ว หลักการเพื่อพัฒนาและเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองต่างๆ ที่เราเห็นในท้องตลาดนั้น มักขาดส่วนประกอบสำคัญ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

1. ความยั่งยืน

ต่อให้เป็นหลักการที่เจ๋งหรือล้ำเลิศสุดยอดแค่ไหนแต่ส่วนใหญ่มักจะให้ผลลัพธ์หรือทำให้คุณรู้สึกดีเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ก่อนที่คุณจะหันแหไปสนใจอย่างอื่นแทน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่เคยมีหนังสือ ฮาวทูเล่มไหนที่กระโดดลงมาจากชั้นวางหนังสือแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของคุณทุกเช้าเพื่อสะกิดเรียกคุณและบอกคุณว่าวันนี้เรามาพัฒนาตนเองกันต่ออีกสักวันนะเพื่อน

นอกจากนี้ไม่ว่าจะมีคนรักและหวังดีกับคุณแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครในชีวิตคุณอยู่ดีที่จะมาคอยกระตุ้นให้คุณคอยพัฒนาตัวเองไปได้ตลอดรอดฝั่ง มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นที่ต้องพึ่งพาตัวเองไปเรื่อยๆ บนหนทางนี้ซึ่งนี่ก็นำพาไปสู่อีกหนึ่งส่วนผสมที่ขาดหายในข้อต่อไปด้วยนั่นคือ …..

2. แรงจูงใจ

เพราะอะไรการเข้าร่วมสัมมนาเพื่อสร้างแรงจูงใจที่มีคนถือไมค์ไฟส่องหน้า เดินขึ้นมาบนเวทีและพูดปลุกใจต่างๆ นานาเพื่อกระตุ้นให้คุณฮึกเหิมนั้นถึงไม่ค่อยจะได้ผลสักเท่าไหร่ นั่นก็เพราะว่าหลักการพัฒนาตัวเองที่ดีและสมบูรณ์นอกจากจะต้องเสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาให้กับคุณได้แล้ว ขณะเดียวกันยังควรที่จะใช้เป็นหลักการในการผลักดันตัวคุณไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ด้วยตัวเอง

3.กระบวนการที่แจ่มชัด

หลักการและแนวคิดเพื่อการพัฒนาตนเองบางอย่างอาจได้รับความนิยมมากในช่วงเริ่มต้นเปิดตัว แต่ในเมื่อขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับหรือผู้สอนตามกันมาก็มักทำให้คนที่ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือประสบความสำเร็จรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของสมองกับพฤติกรรมของมนุษย์เรารวมถึงมีความคลุมเครือในแง่ของวิธีการนำไปใช้แบบคำต่อคำ

โค้ชส่วนมากมักจะสอนหรืออบรมคุณแบบ ‘เหมารวม’ ต่อให้อบรมแบบตามลำพังไม่ใช่แบบกลุ่มคำสอนของพวกเขาก็ยังไม่ค่อยเข้ากับบริบทของชีวิตคุณอยู่ดี

            ทั้งนี้วิธีการง่ายง่ายและได้ผลมากที่สุดแบบไม่ต้องเสียสตางค์อันเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยอุดรอยรั่วหรือช่องโหว่ของการพัฒนาตนเองทั้งสามข้อที่กล่าวมาก็คือคุยกับตัวเองไงคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *