รู้จักให้อภัยตัวเอง

Image result for ให้อภัยตัวเอง

นิสัยเสียอย่างหนึ่งของคนพูดไม่เก่งคือชอบผ่อนปรนให้คนอื่นแต่เข้มงวดกับตัวเองเวลาพูดผิดหรือสื่อสารไม่ชัดเจนต่อให้ปัญหาที่เกิดตามมาจะเล็กน้อยแค่ไหนพวกเขาก็จะรู้สึกอับอายเสียใจหรือหดหูไม่เลิกในสายตาของผมนี่เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างไม่สมควรเอามากๆคุณคิดว่าคนที่พูดเก่งเค้าโทษตัวเองจนกลายเป็นคนพูดเก่งหรือเปล่าครับตรงกันข้ามเลยเขามีทัศนคติที่ดีไม่เก็บเอาไปคิดเล็กคิดน้อยมานั่งคิดเราโทษตัวเองหรือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเล็กเค้าก็จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขและดูว่าสามารถเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้างพูดยังไงก็คือเขารู้จักให้อภัยตัวเองและนี่เป็นสิ่งที่คนพูดไม่เก่งต้องพยายามทำ นิสัยเสียอย่างหนึ่งของคนพูดไม่เก่งคือชอบผ่อนปรนให้คนอื่นแต่เข้มงวดกับตัวเองเวลาพูดผิดหรือสื่อสารไม่ชัดเจนต่อให้ปัญหาที่เกิดตามมาจะเล็กน้อยแค่ไหนพวกเขาก็จะรู้สึกอับอายเสียใจหรือหดหูไม่เลิกในสายตาของผมนี่เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างไม่สมควรเอามากๆคุณคิดว่าคนที่พูดเก่งเค้าโทษตัวเองจนกลายเป็นคนพูดเก่งหรือเปล่าครับตรงกันข้ามเลยเขามีทัศนคติที่ดีไม่เก็บเอาไปคิดเล็กคิดน้อยมานั่งคิดเราโทษตัวเองหรือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเล็กเค้าก็จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขและดูว่าสามารถเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้างพูดยังไงก็คือเขารู้จักให้อภัยตัวเองและนี่เป็นสิ่งที่คนพูดไม่เก่งต้องพยายามทำให้ได้

ในกรณีของคนที่เข้มงวดกับตัวเองมากๆแล้วไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรลองคิดแบบนี้ดูนะครับการไม่ให้อภัยตัวเองนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวคุณแต่ยังลามไปถึงคนที่คนคุยด้วยถ้าคุณพูดขอโทษขอโพยลักษณะอาการหดหู่ตลอดเวลาคู่สนทนาของคุณจะไม่คิดว่าคุณพูดไม่เก่งแต่จะคิดว่าตัวเค้าทำอะไรผิดหรือเปล่าคุณจะไม่รู้สึกแย่คนเดียวแต่จะทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ไปด้วยการให้อภัยตัวเองจึงไม่ได้เป็นการกระทำเพื่อตัวเองเท่านั้นมันยังเป็นการกระทำเพื่อคนอื่นด้วยครับ

ควรพูดเพื่อคู่สนทนา

Image result for พูดเพื่อคู่สนทนา

เมื่อมาถึงตรงนี้ผมมีสิ่งที่ตระหนักได้อยู่เรื่องหนึ่งครับนั่นก็คือสุดท้ายลาวเทคนิคที่สำคัญที่สุดของการพูดคุยก็คือการคำนึงถึงคนอื่นการพูดคุยจะมีบรรยากาศที่ดีได้ก็ต่อเมื่อเราคิดถึงความรู้สึกของคู่สนทนาไม่ใช่สนแต่ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรการที่ผมสามารถเอาตัวรอดในอาชีพนักจัดรายการวิทยุมาได้นั้นทั้งที่เป็นคนที่มีความบกพร่องด้านการสื่อสารก็เพราะผมคำนึงเสมอว่าต้องทำอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะพูดได้อย่างสบายใจ

อาจมีบางคนคิดว่าถ้าเราต้องการคำหนึ่งจากคนอื่นเวลาที่คุยแล้วเราจะได้อะไรอย่างนั้นสู้ไม่คุยเลยจะไม่ดีกว่าหรือแต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดครับเพราะเมื่อเราพูดคุยโดยคำนึงถึงคู่สนทนาอีกฝ่ายก็จะอยากคุยกับเราส่งผลให้การพูดคุยครั้งนั้นเป็นไปอย่างลื่นไหลและต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกันอาจกล่าวได้ว่าแท้จริงแล้วการคำนึงถึงคนอื่นก็คือการคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ยังยืนของทั้งสองฝ่ายนั้นเอง

คนพูดไม่เก่งมาคิดว่าการพูดเป็นเรื่องยากแต่การพูดคุยไม่ใช่เรื่องยากเราแค่กำลังใช้วิธีพูดคุยที่ไม่มีประสิทธิภาพอยู่ต่างหากที่น่าวิตกก็คือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าวิธีสื่อสารที่ใช้อยู่นั้นไม่ดีพอ เปรียบไปแล้วก็เหมือนสมัยที่มีอาหารกระป๋องแต่ยังไม่มีเครื่องมือที่ใช้เปิดกระป๋องเวลาจะเปิดจึงต้องใช้ขวานเปิดแทนแค่จินตนาการก็สัมผัสได้ถึงความยุ่งยากแล้วใช่ไหมล่ะครับแต่เพราะยุคนั้นไม่เคยได้สัมผัสกับความสะดวกสบายของที่เปิดกระป๋องเค้าจึงไม่ได้คิดว่าการใช้ขวานเป็นวิธีที่ไม่สะดวกอาหารกระป๋องต่างหากที่ทำตัวยุ่งยาก

อย่างไรก็ตามคนที่ฟังรายการหรืออ่านหนังสือเล่มนี้ของผมนับว่าเป็นกลุ่มที่รู้ตัวแล้วว่าในระดับหนึ่งมีวิธีพูดคุยที่ใช้อยู่ไม่ได้ผลจึงพยายามจะหาวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าหรือก็คือกำลังมองหาที่เปิดกระป๋องมาใช้แทนขวานนั่นเอง ตัวผมเองก็เคยใช้ขวัญมาก่อนจึงรู้ดีว่ามันลำบากแค่ไหนผมจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแบ่งปันที่เปิดกระป๋องให้กับทุกคนครับ

ลดการพูดคำว่าไม่

Image result for say no

ตอนนี้อาจมีใครหลายคนนึกอย่างผมว่าในก่อนหน้านี้บอกว่าห้ามโกหกให้พูดสิ่งที่คิดออกไปไงล่ะแล้วถ้าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันไม่ใช่จะให้บอกว่าใช้ได้อย่างไรอันนี้ผมยังยืนยันคำเดิมครับเพราะถ้าไตร่ตรองดูให้ดีคุณจะรู้ว่าการพูดความจริงใจกับการขัดคอนั้นเป็นคนละเรื่องกัน

การพูดความจริงใจมีจุดประสงค์คือเพื่อบอกในสิ่งที่เราคิดโดยไม่ได้ต้องการทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นแต่จุดประสงค์ของการขัดคอคือเพื่อต้องการจะบอกว่าตัวเองเก่งกว่าถูกต้องกว่ารู้ทันกว่าอีกฝ่ายกำลังมาไม้ไหนมันไม่ใช่วิธีแสดงความคิดเห็นแต่เป็นการโอ้อวดรูปแบบหนึ่งครับ

ผมแนะนำให้คุณลองสำรวจตัวเองดูว่าเป็นคนที่ชอบพูดคำว่าไม่ใช่หรือไม่จริงหรือเปล่าถ้าใช่แล้วก็คุณอาจจะกำลังเป็นคนที่ชอบขัดคอคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัวซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างศัตรูแล้วการพูดคำที่มีความหมายในแง่ลบไปบ่อยยังอาจส่งอิทธิพลให้คุณกลายเป็นคนคิดลบหรือมองโลกในแง่ร้ายได้ เรื่องเล็กๆอย่างการขัดคอสามารถส่งผลเสียได้ขนาดนี้เลยเชียวล่ะวิธีแก้นิสัยชอบพูดขัดคอคนอื่นที่ทำได้ง่ายและเร็วที่สุดคือเราต้องลดการพูดคำว่าไม่ลงผมไม่ได้จะบอกให้คุณเห็นด้วยกับทุกอย่างที่คนอื่นพูดคุณยังสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจได้เป็นปกติเพียงแต่ให้ตัดคำว่าไม่ออกไปเท่านั้น ตัวอย่างเช่นเวลาเห็นไม่ตรงกับ คำพูดคนอื่นแทนที่จะพูดว่าไม่ใช่หรือไม่เห็นด้วยก็ให้พูดว่าแต่ส่วนตัวผมคิดว่า…. หรือเวลาที่อีกฝ่ายพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่รู้มาแทนที่จะพูดว่าไม่จริงสักหน่อยก็ควรจะพูดว่าแต่ผมเคยได้ยินมาว่า…. แทนครับ

คำว่าไม่เป็นคำที่เต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบคำประเภทนี้ จะกระตุ้นสัญชาตญาณการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของมนุษย์ได้ง่ายเราจึงไม่ควรใช้พร่ำเพื่อครับ

 

ขัดคอ

Image result for การพูดขัดคอ

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ข้อสุดท้ายก็คือการขัดคอ

ถ้าเคยคุยกับคนที่ชอบขัดคอคุณน่าจะยังจำความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้ส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้สึกรำคาญแต่ถ้าบรรยากาศการสนทนาแย่มากๆจากความรำคาญก็จะอาจเปลี่ยนเป็นความโกรธได้หรือกลายเป็นความเกลียดไปเลยก็ได้ ผลที่ตามมาของการขัดคอจึงถือว่าร้ายแรงเลยทีเดียวอะไรคือสาเหตุที่ทำให้การขัดคอส่งผลเสียได้ขนาดนี้เรามาลองพิจารณาไปดูด้วยกันครับ

มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณของการแบ่งฝักฝ่ายกล่าวคือมีการแบ่งว่ามีพวกเรากับพวกเขาคนที่เป็นพวกเราคือคนที่เราจะแบ่งปันสิ่งดีดีต่างๆให้และคอยปกป้องกันและกันในขณะที่พวกเขาคือศัตรูที่ต้องต่อสู้แข่งขันที่มนุษย์ชาติ ทำสงครามกันก็เพราะมีการแบ่งเป็นพวกเรากับพวกเขานี่แหละครับ

ด้วยเหตุนี้การพูดขัดคอคนอื่นด้วยคำว่าไม่ใช่ไม่ชอบไม่จริงจึงเป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในตัวมนุษย์คุณอาจไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่ในสายตาคู่สนทนาคุณกลายเป็นพวกเขาหรือสตูไปในทันทีคุณคงไม่อยากคุยกับคนอื่นเราได้ศัตรูมาแทนมิดหรอกจริงไหมครับ

โอ้อวด

Image result for การพูดโอ้อวด

พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ข้อที่สองก็คือการโอ้อวดจริงอยู่ว่าการโอ้อวดไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมอย่างการโกหกแต่มันก็เสียมารยาทและไม่ถูกต้องตามกติกา ของเกมพูดคุยถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพการโกหกก็เปรียบเสมือนความผิดระดับโดนให้ใบแดงแล้วถูกไล่ออกจากสนามส่วนการโอ้อวดเป็นความผิดระดับใบเหลืองเรายังอยู่ในเกมพูดคุยต่อได้แต่โอกาสที่คนอื่นจะส่งลูกมาให้ก็จะน้อยลงไปเรื่อยเรื่อย

โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เรามักให้ความสำคัญกับตัวเองที่สุดเวลาพูดก็อย่าพูดแต่เรื่องของตัวเองแม้แต่คนพูดไม่เก่งเวลาได้เจอคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจก็เริ่มอยากที่จะพูดเรื่องตัวเองออกมาซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดครับแต่เราต้องระวังไม่ให้มันกลายเป็นอุปสรรคต่อเกมพูดคุยของเรา

คุณอาจสงสัยว่าทำไมเราจึงต้องระวังเวลาพูดเรื่องตัวเองนั้นนานก็เพราะว่าถ้าเผลอไปแม้แต่นิดเดียวการพูดเรื่องตัวเองจะกลายเป็นการโอ้อวดทันทีแถมส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้ตัวกันอีกด้วยความจริงรายการนี้ที่ผมจัดอยู่ก็เป็นการพูดเรื่องตัวเองเหมือนกันส่วนตัวรักผมรู้สึกสนุกนะครับแต่ก็ลำบากไม่น้อยเพราะต้องคอยเตือนตัวเองว่าห้ามคุยโม้โอ้อวด ไม่แน่ผมอาจจะมีหลุดไปบ้างแล้วก็ได้

ทำไมการอวดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ดีถ้าตัดเหตุผลทำนองว่ามันน่าอายหรือดูไม่ดีอะไรพวกนั้นทิ้งไปรับพิจารณาจากมุมมองที่หยุดเกมพูดคุยเป็นหลักผมคิดว่าสาเหตุที่การโอ้อวดเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎเกมส์พูดคุยนั้นเป็นเพราะมันมีแนวโน้มจะจำกัดความเห็นของคู่สนทนาให้ต้องเห็นด้วยกับตัวเอง

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยก็คือคนที่ชอบคุยโอ้อวดว่ารู้จักกับคนใหญ่คนโตหรือคนที่มีชื่อเสียงผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องเคยพบกับคนประเภทนี้มาแล้วคุณสัมผัสได้ใช่ไหมล่ะครับว่าเวลาที่มีคนมาพูดอะไรทำนองนี้ให้ฟังคุณจะรู้สึกเหมือนถูกบีบให้ต้องเห็นด้วยว่าเค้าเป็นคนพิเศษสุดยอดมากๆที่ไปรู้จักกับคนที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นได้ถ้าไม่เห็นด้วยอาจมีเรื่องราวที่ผิดใจกันคุณเลยต้องทำเป็นเออออตามไปแต่ในใจอยากรีบรีบจบบทสนทนานี้ให้เร็วที่สุด

คุณคงเห็นแล้วว่าการพูดโอ้อวดไม่ดีต่อเกมส์พูดคุยอย่างไรแต่ผมไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเรื่องขอขาดบาทตายจนถ้าเผลอทำขึ้นมาแล้วต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตอะไรแบบนั้นนะครับแน่นอนว่าบางครั้งคนเราก็เผื่อตัวเองไปบ้างคุณจึงไม่ควรเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไปแต่ก็ต้องมีความระมัดระวังอยู่เสมออันที่จริงกลยุทธ์ตัวตลกที่ผมพูดถึงไปก่อนหน้านี้ถือเป็นยาต้านการโอ้อวดชั้นยอดใครที่เผลอบ่อยควรฝึกกลยุทธ์นี้เป็นประจำครับ

เรามีสิทธิ์ที่จะไม่พูด

การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรโกหกเลยแต่แน่นอนว่าในชีวิตจริงบางครั้งสถานการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยให้พูดความจริงได้เสมอไปแล้วในสถานการณ์แบบนั้นเราควรทำอย่างไรคำตอบคือไม่ยากครับเพราะยังมีอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องโกหกอยู่นั้นก็คือ เรามีสิทธิ์ที่จะไม่พูด มาดูตัวอย่างกันนะครับสมมุติว่าสถานีวิทยุที่ผมทำงานอยู่มีแผนการจะปรับผังรายการของช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมหลายรายการจึงถูกย้ายเวลาบางรายการมีการเปลี่ยนตัวพี่ก่อนหรือผู้สนับสนุนตัวผมรู้รายละเอียดในส่วนของตัวเองอยู่แล้วแต่เนื่องจากพังยังไม่ลงตัวแน่นอนทางสถานีจึงบอกให้เก็บเป็นความลับเอาไว้ก่อนในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเกิดมีใครมาถามผมว่าในผังใหม่ใครจะเป็นผู้ช่วยจัดรายการของคุณโยะชิดะ คุณคิดว่าผมควรทำอย่างไรดีครับ

เนื่องจากผมรู้คำตอบอยู่แล้วการบอกเค้าไปว่าไม่รู้จึงเท่ากับเป็นการโกหกแล้วถ้าบอกอย่างนั้นไปแล้วเค้าไปรู้ความจริงทีหลังก็คงรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน

แต่ถ้าผมใช้สิทธิ์ที่จะไม่พูดโดยบอกเขาว่าตอนนี้ยังบอกไม่ได้ปัญหาก็จะหมดไปแถมยังไม่ต้องโกหกเลยแม้แต่คำเดียว

ตอนเด็กเด็กผมเคยไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจในหนังถึงได้บอกผู้ต้องหาว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดแต่พอมาคิดดูผมก็พบว่ามันเป็นการให้สิทธิ์ที่จะไม่ต้องโกหกนั่นเองมนุษย์ทุกคนล้วนได้รับสิทธิ์นี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดเราจึงไม่ควรปล่อยให้มันสูญเปล่าครับ

พฤติกรรมไม่พึงประสงค์

Image result for พูดโกหก

มาถึงตอนนี้คุณคงเห็นภาพและเข้าใจแล้วว่าเกมพูดคุยไม่ใช่เกมส์ที่ยากจะเล่น อะไรเลยกฎกติกาของมันยึดหยุ่นวิธีเอาชนะก็มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วนอย่างไรก็ตามยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ถือว่าผิดกฎและอาจนำความเดือดร้อนหรือความบาดหมางมาสู่ตัวคุณและคู่สนทนาพฤติกรรมที่ว่านี้ได้แก่

  • โกหก
  • โอ้อวด
  • ขัดคอ

คุณอาจคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้กันอยู่แล้วแต่คนส่วนใหญ่มองพฤติกรรมเหล่านี้ว่าไม่ดีโดยตัดสินจากมุมมองด้านศีลธรรมไม่ใช่แงว่ามันไม่ดีต่อการพูดคุยอย่างไรในบทนี้ผมจึงขออธิบาย โดยยึด. ยืนของเกมพูดคุยเป็นหลักครับ

โกหก

มาดูที่โรงรักกันก่อนเลยการโกหกเป็นพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่เราต่างรู้กันดีก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่าเราควรปรุงแต่งด้วยแสดงความรู้สึกและอารมณ์ออกไปด้วยเวลาคุยกับคนอื่นเพื่อสร้างให้มีสีสันในการสนทนาเช่นเวลามีใครเอาของที่เค้าทำเองมาให้กินแล้วรู้สึกว่าอร่อยเราก็ไม่ควรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งนิ่งอ่ะสีหน้าควรจะแสดงถึงอารมณ์ออกไปด้วยถ้าจะให้ดีควรทำให้เกินจริงเล็กน้อยเช่นทำน่าตื่นเต้นตะลึงแล้วพูดว่าโหอร่อยแบบไม่น่าเชื่อเพราะการปรุงแต่งแบบนี้จะช่วยให้บรรยากาศการสนทนาผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น

อย่างไรก็ตามผมไม่ได้หมายความว่าคุณคนโกหกพูดตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดไปไกลนะครับหรือพูดอีกอย่างก็คือคุณสามารถปรับปรุงแต่งความจริงให้มีสีสันขึ้นได้แต่ห้ามปั่นน้ำเป็นตัวเด็ดขาด

การโกหกนั้นจะส่งผลเสียตามมาเสมอต่อให้เป็นการโกหกด้วยเจตนาที่ดีก็ตามสมมุติว่าคุณกินอาหารที่คนอื่นทำให้แต่พอกินดูแล้วปรากฏว่ารสชาติแย่มากคุณกลัวจะทำให้เขาเสียน้ำใจเลยโกหกไปว่าอร่อยคุณอาจจะคิดว่าคำโกหกแค่นี้ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายแต่ถ้าเค้าดีใจมากจนทำมาให้คุณกินเป็นประจำคนที่ต้องรับเขาก็คือตัวคุณเองหรือถ้าแย่ไปกว่านั้นเค้าอาจจะรอเอาไปให้คนอื่นชิมแต่ทุกคนยกเว้นคุณเป็นพูดเสียงเดียวกันว่าไม่อร่อยสุดท้ายเค้าเลยรู้เลยว่าคุณไม่พูดความจริงแถมยังเสียใจหนักยิ่งกว่าเพราะรู้สึกเหมือนคุณถูกหลอกมาตลอดเรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยถ้าคุณพูดความจริงไปตั้งแต่แรก

การพูดสิ่งที่คิดหรือรู้สึกจริงๆออกไปไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนะครับเพียงแต่ต้องมีการปรุงแต่งบางเพื่อที่จะไม่ให้คำพูดและท่าทางของเราไปทำร้ายความรู้สึกคนอื่น

เอาอย่างคนตาบอด

Image result for คนตาบอด

ผมขอยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะละเอียดอ่อนอยู่สักหน่อยนะครับตอนผมอยู่ชมรมตลกพื้นบ้านของมหาวิทยาลัยผมมีรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าสองปีอยู่คนหนึ่งรุ่นพี่คนนี้ตาบอดสนิทแต่เป็นคนที่เฮฮามากเค้าจะหาโอกาสยิงมุขตลอดเพื่อให้คนอื่นแย้งและแซวตัวเองอยู่เสมอ

อยู่มาวันหนึ่งสมาชิกชมรมที่กำลังจะขึ้นเวทีแสดงถามขึ้นว่าใส่ชุดนี้ดูเหมาะไหมปรากฏว่ารุ่นพี่ที่ตาบอดปรงขึ้นมาทันทีว่าเหมาะมากเลยทุกคนจึงแซ่วว่ามีมองเห็นกับเขาด้วยเหรอแล้วทั้งห้องก็พากันหัวเราะลั่นสำหรับรุ่นพี่คนนี้การดูถูกคนอื่นแซ่วไม่ได้ทำให้เค้าเสียหน้าเลยสักนิดกลับกันถ้าไม่มีใครแซลเค้าจะรู้สึกแย่น่าดูอาจพูดได้ว่าการไม่สาวต่างหากที่เป็นการให้เสียมารยาทกับเขา

เมื่อเทียบกับข้อด้อยของคนทั่วไปการมีดวงตาที่บอร์ดสนิทน่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าชนิดเทียบกันไม่ติดแต่แทนที่จะน้อยเนื้อต่ำใจรุ่นพี่คนนี้กลับเลือกเอาตัวตลกของตัวเองมาทำให้ทุกคนสนุกสนานทุกวันนี้นึกย้อนกลับไปทีไรผมก็ยังอดนับถือเขาไม่ได้เค้าเป็นคนที่วิเศษมากๆจริงๆครับ

ผมขอถือโอกาสเล่าเรื่องเกี่ยวกับคนตาบอดอีกเรื่องหนึ่งนะครับผมเคยได้คุย กับอาจารย์ท่านหนึ่งของโรงเรียนสอนคนตาบอดเลยถือโอกาสถามเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจมานานแต่ว่าคนตาบอดที่ผมเคยเจอทุกคนเป็นคนเฮฮาแถมยังใจกว้างจนน่าทึ่งในฐานะที่ได้อยู่กับพวกเขาไปบ่อยอาจารย์รู้สึกแบบเดียวกับผมมั้ยครับ

ปรากฏว่าอาจารย์เองก็บอกว่ารู้สึกเหมือนกันพร้อมทั้งบอกว่าเหตุผลนั้นง่ายนิดเดียวคุณคิดว่าเพราะอะไรครับ

คำตอบก็คือเพราะพวกเขาเชื่อใจคนอื่นแบบ 100% พวกเขาไม่สามารถใช้ดวงตาตรวจสอบความจริงได้เวลามีคนพาไปที่ไหนถ้าคนที่พาไปบอกว่าถึงแล้วพวกเขาก็ต้องเชื่อไว้ก่อนว่ามันถึงแล้วเพราะถ้าไม่เชื่อพวกเขาย่อมอาจใช้ชีวิตบนโลกนี้ไม่ได้เลยคนตาบอดจึงเชี่ยวชาญด้านการเชื่อใจคนอื่นและคิดเสมอว่าคนส่วนใหญ่ปรารถนาดีต่อเขาแม้บางครั้งจะเจอเรื่องน่าผิดหวังพวกเขาก็ยังพร้อมจะเชื่อใจคนอื่นต่อไปอยู่ดี

ผมมองว่าเรื่องนี้สอนเราได้ดีมากครับในเมื่อคนตาบอดไม่กลัวที่จะเชื่อใจคนอื่นแล้วทำใหม่คนตาดีที่สามารถเอาตัวรอดได้ดีกว่าหลายเท่าถึงได้ไม่กล้าเชื่อว่าคนอื่นไม่ได้รอเราด้วยเจตนาร้ายผมอยากให้คุณเอาเรื่องนี้ไปลองคิดดูนะครับ

เตรียมความพร้อมทางจิตใจก่อนใช้กลยุทธ์ตัวตลก

Related image

ถึงตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วว่ากลยุทธ์ตัวตลกมีประโยชน์อย่างไร แต่การให้คนอื่นมาพูดหยอกล้อในสิ่งที่เรามองว่าเป็นปมด้อยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายบางคนกว่าจะมาถึงจุดที่หัวเราะตามไปด้วยได้ก็อาจจะต้องเสียน้ำตามาก่อน เพื่อให้สามารถทำได้ง่ายขึ้นคุณควรเตรียมความพร้อมถ้าติดใจเสียก่อนครับ

หลายคนน่าจะเคยฟังรายการเทเลโฟน จีนเซ่ ซึ่งเป็นรายการวิทยุเก่าแก่ของสถานนีนิปปง บอร์ดแคสติ้งซิสเต็มกันมาบ้าง คำถามที่ผู้ดำเนินรายการถามอยู่เป็นประจำก็คือเรื่องของตัวเองที่ไม่อยากยอมรับที่สุดคืออะไร หลังจากพูดคุยให้คำปรึกษาไปแล้วอาจารย์คะโตจะพูดปิดท้ายอยู่เสมอว่าการยอมรับ ทำให้ทุกข์แค่ชั่วคราวแต่การไม่ยอมรับจะทำให้ถูกชั่วชีวิต

คำพูดนี้ของอาจารย์ธานีบัตรลึกลงไปในจิตใจและทำให้ผมเห็นด้วยอย่างสุดลึกซึ้งไม่มีใครอยากมีข้อด้อยแต่ในเมื่อมีแล้วเราก็ต้องยอมรับมันให้ได้ไม่อย่างนั้นต่อให้ไม่มีใครมาล้อเลียนเราก็จะยังคงเป็นทุกข์อยู่ดี

ตัวผมเองก็เคยเป็นคนอ้วนมาก่อนคนอ้วนมากไม่อยากยอมรับว่าตัวเองอ้วนและมองว่าความอ้วนเป็นปมด้อยที่ไม่อยากให้คนรอบข้างพูดถึง ตอนในสายตาของคนส่วนใหญ่และความอ้วนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรไม่มีใครที่เกลียดคนอื่นเพียงเพราะเค้าอ้วนหรอครับความเศร้าความหดหู่ความอับอายทั้งหลายจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวเราเองบางคนถึงขั้นมองคนรอบข้างเป็นสตูไปเลยก็มีแต่แทนที่จะทำแบบนั้นผมว่าเราควรมองคนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมองตัวเองในทางที่ดี คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากกลั่นแกล้งหรือหัวเราะเยาะเราแล้วเราก็ไม่ควรใจร้ายกับตัวเองจนเกินไปมาลองเชื่อใจคนอื่นว่าเค้าไม่ได้คิดร้ายกับเราดูเถอะครับและมันจะช่วยให้ชีวิตง่ายและมีความสุขขึ้นเยอะเลยเชียวล่ะ

เรื่องต่อไปที่ผมอยากให้คุณเตรียมใจเอาไว้ก็คือเนื่องจากตัวตลกของเราไม่ได้มีอยู่เพียงเรื่องเดียวอีกทั้งคนที่กำหนดมันก็ไม่ใช่แค่ตัวเราแต่เป็นคนรอบข้างเราจึงไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าตัวตลกหรือข้อด้อยไหนจะหยิบยกมาใช้ คนเราอ่อนไหวกับข้อด้อยแต่ละเรื่องไม่เท่ากันครับบางคนอาจแค่รู้สึกอายนิดนิดที่หน้ามีสิวแต่รู้สึกแย่มากที่มีพูดติดอ่างถึงแม้เค้าจะอยากให้การมีสิวเป็นคาแรกเตอร์ของตัวเองแต่คนอื่นอาจจะเลือกเอาเรื่องที่พูดติดอ่างมาใช้คนจึงต้องตระหนักเอาไว้ว่าเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้และอยากให้มันมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตัวเอง

กลยุทธ์ตัวตลก

Image result for ตัวตลก

ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดไปว่าลึกในใจคนพูดไม่เก่งทุกคนไม่อยากถูกมองว่าเป็นตัวตลกถึงไม่ชอบให้ใครมาล้อเลียนบางคนแค่ถูกแซลนิดเดียวก็อาจจะถึงขั้นโมโหหรือเสียความมั่นใจจนไม่อยากพูดอีกต่อไปเลยทีเดียว ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเราทุกคนล้วนมีตัวตลกซึ่งก็คือจุดบกพร่องหรือปมด้อยซ่อนอยู่ในตัวพอมีใครพูดขึ้นมาจึงรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำแต่การแก้ไขด้วยวิธีปิดกั้นตัวเองจากสังคมไม่ยอมพูดจาหรือสนิทสนมกับคนอื่นไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหมดไปกลับกันมันจะเป็นการทำให้ตัวตลกแข็งแกร่งและควบคุมชีวิตเราได้มากขึ้นกว่าเดิม

แทนที่จะยอมให้เป็นแบบนั้นเรามาเปลี่ยนตัวตลกที่ว่าให้กลายเป็นอาวุธกันดีกว่าครับผมเรียกมันว่ากลยุทธ์ตัวตลก คุณเคยสงสัยแล้วว่าต้องทำอย่างไรง่ายมากครับแค่ยอมให้คนอื่นพูดถึงตัวตลกหรือข้อด้อยของตัวเองโดยไม่ถือโทษโกรธเคืองก็ถือว่าทำสำเร็จแล้วตัวอย่างของตัวตลกที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นไปบ่อยในวงสนทนาคือเรื่องหัวล้าน อ้วน หรือเตี้ยคุณคงเคยเห็นคนที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเวลาถูกทักเราก็คงเคยเห็นคนที่หัวเราะเยาะอย่างไม่หยุดแถมยังตอกกลับได้อย่างสนุกสนานด้วยใช่ไหมครับคุณจำได้ไหมว่าบรรยากาศในวงสนทนาต่อจากนั้นเป็นอย่างไรสำหรับกรณีแรกผมคิดว่าบรรยากาศน่าจะกระอักกระอ่วนส่วนกรณีหลังบรรยากาศน่าจะครึกครื้นรักคุยกันต่ออย่างสนุกสนานแล้วคุณรู้มั้ยครับว่าอะไรที่ทำให้วงสนทนาทั้งสองแตกต่างกันขนาดนี้

คำตอบคือกรณีแรกไม่ใช่ใช้กลยุทธ์ตัวตลกในขณะที่กรณีหลังใช้นั่นเอง

คุณคงเห็นแล้วว่าการใช้กลยุทธ์ตัวตลกด้วยปล่อยให้คนอื่นหยอกรอนานช่วยให้บรรยากาศในการสนทนาดีขึ้นได้มนุษย์เรามักรู้สึกสนิทสนมกับคนที่พูดจาเล่นหัวกันได้มากกว่าคนที่แตะต้องไม่ได้เลยการยอมให้คนอื่นล้อเลียนจึงเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ให้แนบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็วอันที่จริงยิ่งตัวตลกของหุ้นเด่นชัดเท่าไหร่การใช้กลยุทธ์ก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้นคุณจึงควรมองมุมกลับว่ามันมีข้อดีและให้ประโยชน์แทนที่จะเอาแต่รู้สึกหดหู่และคิดอยากจะกำจัดมันทิ้ง

ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องกรมนากมตาอดทนให้คนนิสัยไม่ดีรังแกนะครับการหยอกล้อแบบฉันท์มิตรกับการจงใจดูมินเหยียดหยามนั้นต่างกันมากถ้าคนที่แซลมีเจตนากลั่นแกล้งคุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคุยกับคนประเภทนั้น

จะว่าไปแล้วผมคิดว่าการใช้กลยุทธ์ตัวตลกไปบ่อยนับเป็นการฝึกฝนจิตใจรูปแบบหนึ่งเริ่มรักคุณอาจจะใช้กลยุทธ์นี้เพื่อให้พูดคุยกับคนอื่นได้เก่งขึ้นแต่พอนานเข้าผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือจิตใจของคุณจะแข็งแกร่งขึ้นไม่รู้สึกหวั่นไหวหรือสะเทือนใจง่ายอีกต่อไปครับ