พิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซีและกุ้ยโจว

Related image

ช่วงเดือนสุดท้ายของเราในแผ่นดินอันกว้างใหญ่พื้นนี้ได้ทุ่มเทกับชนชาติอันหลากหลายที่ครอบครองชายแดนทางใต้ของแม่น้ำช้างจียงหรือจะเรียกว่าทางใต้ของแผ่นดินกลางก็ว่าได้หลังจากหมกมุ่นอยู่กับวัฒนธรรมทางภาคตะวันตกภาคเหนือภาคตะวันตกเฉียงใต้และวัฒนธรรมหลวงของภาคกลางมานานเราปลดปล่อยตัวเองออกจากวังวนความเป็นฮั่น แล้วมุ่งหน้าสู่ขุนเขาลำเนาไพรส์อันอุดมสมบูรณ์ของพรรคตายที่ซึ่งสวยงามเรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในโลกสมัยใหม่บางป้ายรถสนิยมของรัฐบาลปัจจุบันชนกลุ่มน้อยหรือชาวเขาในบริเวณนี้มีความหลากหลายจนเวลาเพียงเดือนเดียวไม่เพียงพอที่จะรู้จักได้ทั้งหมดแต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดทั้งจากการเดินทางจริงกินและนอนหรือพบปะพูดคุยกับพวกเขาและจากการศึกษาเพิ่มเติมเพียงฝ่ายเดียวตามพิพิธภัณฑ์

ชีวิตชาวเขาเป็นแบบจำลองของสังคมที่กำลังจะสูญหายไปจากปัจจุบันนึงเพราะเป็นพัฒนาการขั้นสูงของสังคมที่พึ่งพาอยู่ร่วมกันธรรมชาติในขณะที่โลกกำลังหมุนไปสู่ยุคเทคโนโลยีที่ไม่ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่กลับสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกมาแก้ปัญหาหนึ่งหนึ่งเพียงเพื่อสิ่งนั้นจะได้ก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งพี่มาแทนแต่โลกก็เดินทางมาไกลมากอาจจะไกลเกินไปที่จะหยุดแล้วย้อนกลับไปใหม่ได้

อีกครั้งที่เราเดินทางโดยรถไฟจากเซี่ยงไฮ้เมืองที่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของสภาพสังคมวัตถุนิยมแบบปัจจุบันมาถึงหวยฮว่า เมืองชุมทางรถไฟทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนานแล้วตอบรถประจำทางข้ามทุ่งนาป่าเขาต่อไปอีกประมาณ 4 ชั่วโมงเพื่อจะให้ได้ไปถึงเมืองใหญ่ของชาวเขาเผ่าเหมียวที่ชื่อว่าเฟิ่งหวง จุดเริ่มของเส้นทางศึกษาวัฒนธรรมชาตินิยม

ย้อนหลังกลับไปเมื่อครั้งโบราณงานศิลปะที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดของวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยก็คือกลองมโหระทึกที่ทำจากสัมฤทธิ์ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลายในบริเวณตอนใต้ของจีนไปยังกระจัดกระจายออกไปใกล้ถึงเวียดนามลาวไทยมาเลเซียและอินโดนีเซียด้วย

ก็มโหระทึกในพิพิธภัณฑ์มณฑลนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นที่นิยมในบริเวณนี้ด้วยจำนวนที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์มีมากกว่า 50 ชิ้นแรกที่ค้นพบในมณฑลมีมากกว่า 1000 ชิ้นเลยทีเดียวรวมไปถึงชิ้นเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งในจีนก็คือ 2000 ปีโดยประมาณและชิ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยแต่ความมีเสน่ห์ของโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่อายุหรือขนาดแต่อยู่ที่เรื่องราวที่ถูก เราเล่าๆรูปร่างทรงกลมเหล่านั้นโดยทางตรงแล้วกลองสัมฤทธิ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเชิงศิลปะและงานช่างทางศิลปะการหล่อการวาดการปั้นส่วนทางอ้อมภาพที่เล่าในเชิงชิ้นงานแสดงเห็นถึงพิธีกรรมศิลปะดนตรีการละเล่นเป็นระบำและเดี๋ยวอีกมากมาย

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เครื่องเคลือบ

Image result for พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เครื่องเคลือบ จิ่นเต๋อเจิ้น

และโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ในตัวเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มึงใช้ของมณฑลเจียงสี่ใกล้กับมณฑลอันฮุย ภาคตะวันออกของ สาธารณรัฐประชาชนจีน

พี่พิทพันธ์แล้วโรงงานปัจจุบันทางการได้รวมไว้เป็นที่เดียวกันเราเรียกชื่อว่าJindezhen Pottery Culture Exhibition Spot ตั้งอยู่ในรั้วรอบขอบกลุ่มอาคารเก่าสมัยราชวงศ์หมิงจัดแสดงแยกเป็นส่วนส่วนแตกต่างจากการจัดแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไปหรือบรรยากาศแบบเปิดทำให้รู้สึกผ่อนคลายไม่ได้เบื่อใครเดินอยู่ในสวนหน้าบ้านเก่าเก่าของคนที่คุ้นเคยกันแบ่งเป็นแสดงกรรมวิธีการผลิตส่วนการแสดงโชว์และส่วนขายโดยรับรอบก็เป็นสวนป่าร่มรื่นภายในใครเป็นชุมชนช่างฝีมือเล็กลายเนื่องจากมีขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันในการชมดับเร็วเร็ว บัตรราคา 50 อยู่หยวน

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์

รถประจำทางสายหกวิ่งจากสถานีรถไฟผ่านหน้าซุ้มประตูทางเข้าเป็นจะพันซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสามแยกที่ถนนซือตูต้าเต่า ตัดกับถนนซินเฟิงลู่ จากนั้นเดินทางจากตรงนั้นเดินเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

การเดินทางไปเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น

โดยรถไฟจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ไม่มีรถไฟผ่านมากเหมือนเมืองใหญ่แต่ก็มีเช่นจากปักกิ่ง หนานจิง คุนหมิง กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น

จักรพรรดิเจินจง

จักรพรรดิเจินจง แห่งราชวงศ์ส้มเป็นผู้กระทำอันยิ่งใหญ่ด้วยเป็นยุคสมัยแรกที่เครื่องเคลือบจิ่งเต๋อเจิ้น ได้รับเอกสิทธิ์ในราชสำนักแต่ผู้เดียวในสมัยซ่งนี้การทำเครื่องเคลือบ ได้รับการพัฒนาไปไกลแล้วความสามารถทำสีสันและเทคนิคได้หลากหลายมากนิยมออกแบบรูปร่างให้เรียบง่ายหากมีลวดลายก็กลายเป็นได้เปรียบเป็นความงามที่สงบเสงี่ยมและมีวิธีการใช้สีเดียวกันทั้งชิ้นงานก็ทำให้เครื่องเคลือบซ่ง ดูเคร่งขรึมสง่างามโดยเฉพาะเมื่อราชวงศ์ซ่ง นำพาแผ่นดินกลางกลับมารุ่งเรืองบนทางสายใหม่อีกครั้งต่อจากสมัยถังศิลาดล เครื่องเคลือบสีเขียวเทาจังได้กลายเป็นความงามอันเป็นสากลที่แม้แต่อียิปต์หรือเปอร์เซียก็อาจปฏิเสธไม่ได้

วิธีการขึ้นรูปของเครื่องเคลือบจีนโบราณคือขึ้นรูปดินเหนียวเปียกด้วยฟันเชือก สกลไปถึงปากของภาชนะจากนั้นก็ใช้การทุบตีดินเหนียวให้เรียบร้อยได้รูปตามต้องการก่อนจะนำไปเขาด้วยใส่ในสมัยต่อมาได้มีการคิดค้นพะมอน หรือแป้นหมุนอย่างที่ใช้ในปัจจุบันขึ้นซึ่งวิธีใช้ก็คือนำเอาดินเหนียวที่นวดแล้วไปวางไว้บนแป้นจากนั้นหมุนแป้นแล้วใช้มือหรือเครื่องมือขึ้นรูปตามต้องการ ที่โรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณซึ่งยังคงผลิตผลงานอยู่จนกระทั่งปัจจุบันได้รับเปิดโอกาสให้เราเห็นกรรมมาวิธีดังเดิมตั้งแต่คันแรกเลยทีเดียวเริ่มต้นจากการนำผงพอร์ชเลนมาล้าง กรองด้วยผ้าใหม่ปล่อยให้แห้งจากนั้นเมื่อได้ดินเหนียวจึงนำมานวดปั้นให้ได้ที่ แล้วนำไปขึ้นรูปบนแป้นหมุนทำชิ้นงานขั้นตอนมีบัตรยกรด้วยมือจากนั้นจึงปรับแต่งขอบก็รับปากก่อนจะนำไปรูปดำน้ำให้เรียบเนียน

ส่วนการตกแต่งลวดลายนั้นทำกันได้หลายวิธีเช่นการเขียนลายด้วยพู่กันและสีหรือการพิมพ์ลายหรือการแกะลาย จากนั้นจึงเครื่องหนังเครื่องแล้วจึงนำไปเผาซึ่งที่จริงแล้ววิธีการใช้นำเครื่องอุณหภูมิการเผาหรือการตกแต่งเขียนลายภายหลังเคลือบและเผาก็สามารถทำได้หลากหลายเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัยและหรือโดยรถสนิยมของศิลปิน

พิพิธภัณฑ์จิ่งเต๋อเจิ้น

Image result for พิพิธภัณฑ์จิ่งเต๋อเจิ้น

บริษัทเครื่องเคลือบและโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณเครื่องปั้นดินเผาที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นในแผ่นดินจีนตั้งแต่ 10,000 ปีที่ผ่านมาในยุคหินใหม่เริ่มการทำเครื่องใช้ไม้สอยเป็นดินเผาและพัฒนาเป็นการทำขึ้นเครื่องในเวลาต่อมาพบหลักฐานการผลิตเครื่องเคลือบข้างต้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาง เมื่อประมาณ 2500 ปีก่อนหน้านี้แต่เนื่องจากคุณภาพยังไม่ได้มาตรฐานโดยมีการสร้างน้ำเข้าไปในเนื้อดินมากเกินไปอีกทั้งน้ำยาเคลือบยางบางนามีฟองอากาศจึงไม่เป็นที่นิยมเท่าคุณสัมฤทธิ์ซึ่งมีพัฒนาการไปไกลกว่า จนกระทั่งสมัยฮั่น สามารถคิดคนวิธีการเคลือบเกิดเป็นเครื่องเคลือบสีเทาเขียวสมัยนี้เครื่องเคลือบเดินทางจากงานฝีมือ ไปสู่ความเป็นศิลปะกรรมมากขึ้น

เครื่องเคลือบที่แท้จริงเรื่องผลิตขึ้นในช่วงราชวงศ์สุย ซึ่งจะได้ชิ้นงานทีขึ้นวาวผิวสัมผัสเรียบเรียบกระทั่งถึงยุคสมัยทางศิลปะแขนงนี้กรรมใหม่ที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก และถูกขนานนามว่าเครื่องเคลือบซานไฉ่ หรือสามสี

ถังซานไฉ่ คือเครื่องเครื่องที่ทำจากดินขาวภาษาระหว่างทองแดง เหล็ก โคบอลต์ และแมงกานีส ก่อนนำไปเผาที่จริงเรามีสีสันมากกว่าสามสี
ก่อนนำไปเผาที่จริงเรามีสีสันมากกว่าสามสี่เช่นเขียวเหลืองฟ้าขาวน้ำตาลและร่วงแตกสีเขียวเหลืองและขาวจนเป็นที่รู้จักมากที่สุดผลงานที่โดดเด่นของสมัยถังก็คือตุ๊กตาดินเผารูปผู้คนและสัตว์แห่งทางไปไหนเช่นพวกพ่อค้าชาวต่างชาติ อูฐ ม้า เป็นต้นหลักการทางเอกจีนเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกเป็นครั้งแรกตะวันออกกลาง

พิพิธภัณฑ์จีนเซี่ยงไฮ้

ตั้งอยู่ในอาคารที่สร้างเลียนแบบมาจากภาชนะจีนโบราณที่เรียกว่า ติ่ง ซึ่งเป็นภาชนะสำหรับบรรจุอาหารภายในแบ่งเป็นสี่ชั้นมีห้องแสดงงานสัมฤทธิ์งานประติมากรรมยังเครื่องเคลือบงานศิลปะภาพเขียนจีนและงานศิลปะการเขียนตัวหนังสือรวมทั้งงานศิลปะการทำตราประทับแสดงเหรียญเงินตราโบราณแสดงเครื่องเรือนสมัยหมิงและชิง ห้องหยกและห้องศิลปะวัฒนธรรมชนพื้นถิ่นส่วนนิทรรศการชั่วคราวก็อาจจะมีผลงานของศิลปินต่างชาติมาทยอยจัดแสดงอยู่อย่างสม่ำเสมอ การจัดแสดงทำได้ระดับมาตรฐานและมีเอกสารประกอบและคำบรรยายภาษาอังกฤษครบถ้วนสมบูรณ์ดี การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เนื่องจากตั้งอยู่กลางเมืองบริเวณเหรินเมิน กว่างฉ่าง หรือขายเป็นสนามหลวงจึงมีขนส่งมวลชนผ่านไปมาเสมอไม่ว่าจะเป็นรถประจำทางหรือรถไฟใต้ดินสามารถลงที่สถานีนี้ได้เลย

การเดินทางไปเมืองซ่างไห่ เนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญจะมีรถทั้งรถไฟหน้ารถประจำทางผ่านมากมายส่วนรถไฟก็จะมีไปปักกิ่ง ฮ่องกง กว่างโจว ซีอาน อุรุมฉี เฉิงตู คุนหมิง หนานหนิง เป็นต้น

รถประจำทางสำหรับมึงใกล้เคียงจะมีรถวิ่งสม่ำเสมอเช่นหนานจิง ซูโจว หยางโจว เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์ซ่างไห่

Related image

ซ่างไห่ หรือเซี่ยงไฮ้ไม่เคยเป็นอะไรมากไปกว่าหมู่บ้านชาวประมงจนกระทั่งความผันแปลของกาลเวลานำพาซ่างไห่ มาสู่จุดสูงสุดเมื่อยามที่ตะวันตกกับตะวันออกพยายามจะพบกันไม่มีเรื่องราวที่บอกเล่าถึงความมั่งคั่งเก่าแก่ในยุคโบราณโบราณแต่เสียงหายมีความเกี่ยวเนื่องกับปัจจุบันและเป็นสถานที่ที่เชื่อมต่อแผ่นดินเก่าให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดีการท่องเที่ยวไปในห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้จึงคล้ายการเดินทางไปสู่บทสรุปที่เป็นกลางด้วยเรื่องเล่าในชิ้นงานเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่ถูกมองอย่างคนนอกผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตกต่ำหรือรุ่งเรืองแห่งอดีตกาลโดยตรง พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ให้ภาพรวมพื้นใหญ่ของภาพประวัติศาสตร์ศิลปะจีนที่ยาวนานต่อเนื่องมาหลาย 1000 ปีย้อนกลับไปในยุคแรกเริ่มงานศิลปะเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบูชาสรรเสริญเทพเจ้าเป็นหลักก่อนที่จะค่อยค่อยผ่อนคลายความเครียดคลาสลงมาด้วยการเพิ่มลำดับขั้นของงานฝีมือที่นำมาใช้ตอบสนองต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยเรื่อย

หนึ่งในประเภทของงานศิลปที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศจีนก็คืองานประติมากรรมซึ่งปรากฏมีขึ้นตั้งแต่ยุคหินใหม่ในรูปแบบของงานเครื่องปั้นดินเผาและงานแกะไม้ขึ้นรูปโดยนิยมทำเป็นรูปคนสัตว์เครื่องใช้ไม้สอยและแบบจำลองอาคารบ้านเรือนตามมาในภายหลัง รูปแบบงานในยุคแรกแรกเช่นในสมัยซางและโจว จะเป็นชิ้นเล็กๆเสียเป็นส่วนใหญ่ออกแบบเรียบง่ายและเป็นงานที่ทำขึ้นเพื่อในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะใช้บรรจุลงในสุสานของกษัตริย์หรือชนชั้นสูงเพื่อเป็น ทั้งเครื่องป้องกันภัยและเป็นผู้ชี้ทางและเป็นทั้งปรับใช้ในโลกหน้าเช่นตุ๊กตาไม้สมัยสงครามระหว่างแขวนปลายราชวงศ์โจว รูปคนยืนสำรวมเอามือจับกันภายใต้เสื้อคุมยาวที่ยังคงเห็นร่องรอยตามของสีแดงเป็นลวดลายสดใสแม้ในปัจจุบัน

ทางไปถึงห้องสุดท้ายของพิพิธภัณฑ์ก็คือห้องแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชนพื้นถิ่นซึ่งมีอยู่หลากหลายในแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้มีบ้างที่เราเคยได้พบประพูดคุยกับคนพวกนี้มาแล้วแต่ก็มีบ้างที่เราไม่ได้เคยเห็นและเคยอ่านเรื่องราวของเขาในพิพิธภัณฑ์มาก่อนแต่ก็ยังมีอีกมากมายโดยเฉพาะทางตอนใต้ที่เรายังไม่ได้มีโอกาสได้เดินทางไปถึงความโดดเด่นของศิลปะวัฒนธรรมชาวพื้นถิ่นหรือเราเคยชินเรียกว่าชาวเขานั่นเองอยู่ที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับเป็นหลักโดยวิธีการปักการทการย้อมการตกแต่งหินมีค่าและการนำวัสดุท้องถิ่นมาใช้ช่างประณีตละเอียดละออบ่งบอกถึงความศรัทธาต่อศาสนาและธรรมชาติอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ตรงกันข้ามกับวิถีชีวิตยังไงที่นอนกลางดินกินกลางทรายของเค้ามาก

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์พระราชวัง

Related image

คือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของพระราชวังต้องห้ามเป็นหัวใจของปักกิ่งเมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่กลางเมืองปักกิ่งถัดจากจตุรัสเทียนอันเหมิน ไปทางทิศเหนือ

หากไม่นับความใหญ่โตของพระราชวังหลวงการจัดแสดงภายในห้องต่างๆนั้นลูกค้าเป็นของแถมมากกว่าจะเน้นให้เป็นพิพิธภัณฑ์จริงๆแต่อย่างไรก็ตามความหลากหลายในการจัดการแสดงก็ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพรวมของศิลปะวัฒนธรรมจีนและการเมืองในสมัยราชวงศ์ชิงได้ระดับหนึ่งแม้ว่าปริมาณที่มากจะได้ไม่ได้หมายความว่าถึงคุณภาพที่ดีด้วยเสมอไปแต่หากว่าไม่มีโอกาสได้ไปชมพิพิธภัณฑ์อื่นๆในประเทศจีนที่นี่ก็นับว่าให้ในสิ่งที่นักท่องเที่ยวเวลาน้อยต้องการได้บัตรราคา 40 หยวน

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์

โดยทั่วไปแล้วย่านที่พักก็อยู่รอบรอบจัตุรัสเทียนอันเหมิน และพิพิธภัณฑ์พระราชวังจึงสามารถเดินไปได้ง่ายง่ายรถไฟใต้ดินวิ่งผ่านหน้าจตุรัสเทียนอันเหมินลงสถานีเทียนอันเหมินตง หรือเทียนอันเหมินตะวันออก และเทียนอันเหมินซี

ส่วนการเดินทางไปเมืองปักกิ่งโดยรถไฟ

รถไฟจากแทบทุกเมืองมุ่งหน้ามาที่ปักกิ่งการเดินทางภายในประเทศซึ่งสะดวกมาก

รถประจำทางหากไม่อยู่ห่างไกลจนเกินไปจะมีรถประจำทาง วิ่งมาปักกิ่งเสมอวันละหลายเที่ยว

พิพิธภัณฑ์พระราชวัง

Related image

ปักกิ่งกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจตั้งแต่ยุคที่มองโกล คลองเมืองเมื่อราชวงศ์ซ่ง ของชาวฮั่นอ่อนแอลงสนอกด่านก็เข้ามาผัดเปลี่ยนการยึดครองแผ่นดินภาคเหนืออยู่ช่วงหนึ่งจนกระทั่งชนเร่ร่อนอย่างชนเผ่ามองโกล บุ๊คโรมรันเค้ามาเอาชนะทุกชนเผ่า รวมทั้งชาวฮั่นได้ในที่สุดกุบไลข่าน หลานชายของเจงกิสข่าน เป็นผู้สถาปนาราชวงศ์อยู่วันได้ยกข่านบาลิค หรือเมืองของท่านข่านเป็นราชธานี นอกจากนั้นชะตากรรมของอาณาจักรก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนศูนย์กลางอำนาจอยากจะพักหลังมาหลังอยู่ทางตะวันออกใกล้ชายฝั่งทะเลแทน

ข่านบาลิค หรือปักกิ่งได้กลายเป็นหัวใจของแผ่นดินกลางนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ราชวงศ์หยวนก็เลยเป็นมหาอำนาจทางการทหารที่น่านับถือด้วยเป็นผู้ครอบครองอาณาจักรที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มนุษย์ชาติเพิ่งรู้จักมองโกล ปกครองแผ่นดินกลางอยู่นานแต่ก็ไม่ถึง 100 ปีในที่สุดจูหยวนจาง ผู้นำกบฏชาวฮั่นก็ขับไล่มองโกล เอาไปได้สำเร็จแล้วเรียกคืนแผ่นดินกลางกลับมาภายใต้การปกครองของราชวงศ์หมิง

ราชวงศ์หมิงโดยเฉพาะในยุคตอนต้นก็คือกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงความหวัดระแวงภัยจากภายนอกของชาวฮั่นได้เป็นอย่างดีกำแพงอาณาจักรถูกปรับปรุงเสริมความแข็งแรงต่อขยายเพิ่มเติมออกไปอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนในปัจจุบันเรียกขานว่ากำแพงฉางเฉิง กำแพงหมื่นลี้ หรือกำแพงเมืองจีนอย่างที่เราได้ยินจนคุ้นเคยส่วนพระราชวังหลวงและรั้วรอบขอบชิดก็ถูกสร้างขึ้นโดยยึดการวางผังตามหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัด เช่นกันหันหน้าไปทางไปรับความอบอุ่นอุดมสมบูรณ์ซึ่งมาพร้อมแสงอาทิตย์ พลังสร้างกำแพงกั้นทางทิศเหนือทิศที่มีแต่สตูร้ายกาศเช่นลมหนาวและชนชาวเร่ร่อนดุร้าย ซึ่งแตกต่างกับหลักทางการวางทิศทางของบ้านเราเป็นตรงกันข้ามด้วยที่บ้านเราจะหันหน้าไปทางทิศเหนือซึ่งจะร่มเย็นอยู่ตลอดวันและหันหลังให้ทางทิศใต้ศึกษาเราร้อนไปด้วยแสงแดดอันแผดเผา

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี

Image result for ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี

ตั้งอยู่ในมณฑลในตัวเมืองซีอาน ส่วนปิ่งหม่าหย่ง หรือ หลุมขุดคนและพิพิธภัณฑ์กองทัพทหารดินเผาตั้งอยู่นอกเมือง Cr. ออกไปประมาณ 30 กิโลเมตรเมืองซีอานเป็นเมืองหลวงของมณฑลทางภาคกลางของ สาธารณรัฐประชาชนจีน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลนี้ตั้งอยู่ในอาคารดับสมัยถังที่มีขนาดใหญ่โตเนื่องจากกำลังปรับปรุงขณะที่ไปถึงชิ้นงานทั้งหมดนำมาแสดงในห้องตามระเบียงซึ่งปกติไว้สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียนแต่ด้วยการจัดแสดงที่ได้รับมาตรฐานและอยู่ในช่วงปรับปรุงทำให้คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียวและการจัดการแสดงไล่ไปตามลำดับเวลาอยากอยู่ต่างๆออกจากกันเป็นสัดส่วนทำให้เข้าใจได้ง่ายตั้งแต่ยุคซาง โจว ฉิน และ ฮั่น การจัดแสงมาตรฐานและมีคำบรรยายภาษาอังกฤษเรียบร้อยดีบัตรราคา 50 อยู่วันในฤดูท่องเที่ยวและ 35 หยวนในช่วงเวลาอื่น

ปิ่งหม่าหย่ง หรือกองทัพทหารดินเผาตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นหลุมขุดค้นขนาดใหญ่แบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลุมขุดค้นสามหลุม และพิพิธภัณฑ์อีกหนึ่งอาคารหลุมขุดคนแสดงกองทัพดินเผาทางทหารราบผ่านหน้าคุณธนูและเหล่าบรรดาสัตว์ที่ใช้ในกองทัพรวมไปถึงอาวุธส่วนพิพิธภัณฑ์แสดงรถม้าศึกและงานศิลปร่วมสมัยของศิลปินท้องถิ่นด้วย

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์

รถประจำทางสายห้าวิ่งผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และรถประจำทางปรับอากาศสาย 306 จะวิ่งจากหน้าสถานีรถไฟไปปิงหม่าหย่ง ราคา 7 หยวน

การเดินทางไปเมืองซีอานด้วยรถไฟ

มึงเสียใจมึงสำคัญการแผ่นดินจีนรถแทบจะทุกเมืองจะวิ่งผ่านหรือมีไปทางที่ซีอานเสมอ

ส่วนรถประจำทางเมืองที่อยู่ในมณฑลเดียวกันก็จะมีตลอดแต่หากเป็นเต่ามณฑลก็มีเช่นกัน

พิพิธภัณฑ์มณฑลส่านซี

Image result for พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี

พิพิธภัณฑ์และหลุมขุดค้นกองทัพทหารดินเผา

ตั้งอยู่ใจกลางแผ่นดินมณฑลส่านซี จึงไม่ต่างจากมณฑลเหอหนาน ตรงที่เป็นศูนย์กลางอำนาจแล้วอารยธรรมมาตั้งแต่ครั้งโบราณนักการผู้คนก็อาจจะไม่รู้จักชื่อส่านซี แต่พวกเขาก็คงเคยได้ยินชื่อซีอาน หรือจิ๋นซี มาบ้างไม่มากก็น้อยและเมื่อมองให้ลึกซึ้งลงไปกว่าเดิม ส่านซี มีประวัติความเป็นมาย้อนหลังไปไกลกว่านั้นหลาย 1000 ปี

เดินทางฟาริดาเล็กๆทางตอนใต้อันห่างไกลมาถึงเมืองซีอานในช่วงต้นของวสันต์ฤดู เพียงเพื่อหมายถึงแผ่นดินกลางที่เรามาล่าช้าไปหลาย 1000 ปีแม้กว่านั้นพื้นดินบริเวณนี้ก็ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยรากเหง้าแห่งอดีตกาลที่ถูกกลบฝังอยู่ใต้พิภพล่องลอยอยู่ในอากาศสอนเหลืองอยู่เบื้องหลังความชั่วช้าของชีวิตปัจจุบัน

หลังจากอารยธรรมหินใหม่เมื่อหลาย 1000 ปีก่อนท่านไปซีอานก็ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในนามเฮ่า เมื่อหลัง 3000 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นราชินีของราชวงศ์โจว ผู้ซึ่งล้มล้างอำนาจราชวงศ์ซาง โรงเหล้าปกครองแผ่นดินสืบต่อมาและอาณาจักรโจวครอบคลุมพื้นที่ไปถึงปักกิ่ง และบริเวณแม่น้ำแยงซีทางตอนใต้เลยทีเดียวหลายสิ่งหลายอันหลายอย่างได้รับการพัฒนาประดิษฐ์คิดค้นขึ้นในสมัยนี้เช่นระบบศักดินา กฎหมายและการค้นพบเหล็กการใช้เงินตราประดิษฐ์เข็มทิศแม่เหล็กสำหรับการเดินเรือ ดาราศาสตร์ศึกษาเกิดชนชั้นขุนศึกบัณฑิตแล้วนักคิดนักปราชชญาขึ้นหนึ่งในนั้นก็คือ ขงฟูจึ่อ หรือ ขงจื๊อนั่นเอง

ชิ้นงานที่จัดแสดงส่วนใหญ่จะเป็นงานสัมฤทธิ์พวกถ้วยโถโอชามทั้งหลายไล่เรียงจากสั้นหน่อยสั้นมาถึงซะหน่อยจะเอางานชิ้นทีเดียวเด่นมากในสมัยเจ้าก็คือภาชนะสัมฤทธิ์สำหรับบรรจุสุราซึ่งหล่อเป็นรูปวัวตัวอ้วนมีเสื้อตัวเล็กยืนอยู่บนหลังซึ่งทำเป็นฝาเปิดปิด ของภาชนะไปในตัวและนอกจากนั้นก็จะมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะเครื่องส่งมาแล้วแบบหล่อสำเร็จรูปเป็นต้น