สรุป

ขอเพียงแค่รู้จักตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นปฏิบัติจนเป็นเรื่องปกติธรรมดาและมีความกระตือรือร้นที่จะสร้างความปลัดใจให้ลูกค้ารับรองว่าคุณจะต้องประสบความสำเร็จกับการขายด้วยเทคนิคแต่อย่างแน่นอน

ทว่าสิ่งที่พึงระวังเสมอคืออย่ามุ่งเน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายที่แปลกแหวกแนวจนเกินไป

มองเพื่อนเพื่อนคุณอาจจะคิดว่า สองร้านกับหนึ่งบริษัทที่ผมยกตัวอย่างการดำเนินกิจการด้วยเทคนิคแต่ด้วยการค้นหาวิธีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใครแต่ถ้าพิจารณาจากองค์ประกอบพื้นฐานของการประกอบธุรกิจจะรู้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาใช้กลยุทธ์สร้างความเป็นเอกลักษณ์จากวิธีเดิมที่มีอยู่เท่านั้นเอง

เพราะมันร้านขายปลาและมุ่งเป้าสู่การเป็นร้านขายพระอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นจึงเกิดเป็นซาชิมิบุฟเฟ่ของร้านอุโอะเกะ เพราะเป็นคุณทานากะ สวิตเต็มคันจึงเกิดเป็นร้านเกลือที่ใช้หลอดทดลองสุดเก๋ไก่มาบรรจุและเพราะเป็นบริษัทซะงะมิยะฟู๊ด ผู้ปฏิวัติแนวคิดเดิมๆขององค์การเต้าหู้ญี่ปุ่นจึงเกิดเป็นซะกุโตฟุ

แผนสรุปหนึ่งในหน้า 25 จะช่วยคุณเข้าใจดีขึ้นว่าการขายด้วยเทคนิคแต่จะเกิดขึ้นจากองค์ประกอบพื้นฐานของการค้าขายไม่ได้เกิดจากการพยายามสร้างความแปลกใหม่ที่เริ่มจากศูนย์จากนั้นก็ลองหาแต่ที่เหมาะกับบริษัทหรือร้านค้าของคุณดู

เคล็ดลับสามข้อที่จำเป็นสำหรับการขายด้วยเทคนิค “แต่”

ไม่มีอะไรการันตีว่าสิ่งที่ปฏิบัติต่อเนื่องมายาวนานจะยืนยงต่อไปจนถึงวันพรุ่งนี้แล้วยิ่งเพื่อนร่วมงานปักใจเชื่อว่าสิ่งที่ทำกันมานี้เป็นเรื่องปกติซึ่งควรยึดถือต่อไปยิ่งเท่ากับว่าเป็นโอกาสทองของคนที่จะปฏิวัติความเชื่อนั้น

เราเรามาสรุปประเด็นสำคัญสำหรับการขายด้วยเทคนิค แต่ เพื่อความเข้าใจกันอีกรอบ

  • สร้างแต่ด้วยการนำวิธีการขายของวงการอื่นมาใช้

วิธีการขององค์การอื่นฉันยังไม่เคยมีใครนำมาใช้กับองค์การที่ตนทำอยู่อาทินำวิธีการขายแบบบุฟเฟ่มาใช้กับซาชิมิหรือนำการตกแต่งแบบร้านเก๋เก๋สไตล์บูติกมาใช้กับร้านขายเกลือน่าจะเป็นคำบอกใบ้ฉันเยี่ยมสำหรับคุณ

  • สร้างแต่ในกลุ่มลูกค้าที่ดูไม่น่าจะใช้กลุ่มเป้าหมาย

การคาดเดาถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ใหม่ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายดั้งเดิมอย่างเช่นกรณีกันดั้มกับ Tokyo girls collection อาจจะเชื่อมโยงไปถึงแผ่นความร่วมมือรูปแบบใหม่ใหม่กับหน่วยงานหรือกลุ่มบริษัทอื่น

  • สร้างแต่ด้วยพลังจินตนาการ

ผมมีนิสัยชอบตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีคิดหรือแนวทางที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมานานจนกลายเป็นธรรมเนียมอีกครั้งชอบคิดค้นหาวิธีการขายแบบแหวกแนวไม่เหมือนใครแม่ไม่รู้ว่าจินตนาการนั้นจะเป็นเรื่องจริงได้เมื่อไหร่หรือดีไม่ดีก็อาจจะจบลงที่การเป็นแค่ไอเดียในฝันเท่านั้นแต่ก็ยังอดคิดนู่นนี่นั่นอยู่ในสมองตลอดเวลาไม่ได้ความสนุกจากการได้จินตนาการถึงสิ่งที่ตัวเองชอบนี่แหละก็เป็นแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยมให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ

บริษัทที่ขายเต้าหู้ด้วยเทคนิค “แต่”

คราวนี้มาดูตัวอย่างของร้านขายเต้าหู้กันบ้างร้านขายเต้าหู้ที่ผมจะพูดถึงนี้ ไม่ใช่ร้านเล็กๆที่อยู่ตามตลาดแต่เป็นเรื่องราวของบริษัทหนึ่งซึ่งแม้จะเริ่มต้นธุรกิจในระดับเอสเอ็มอีก็สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตเต้าหู้อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มภาคภูมิโดยสามารถเพิ่มยอดขายจาก 4,000,000,000 เยนเป็น 120,000,000,000 เยนภายในหกปีเท่านั้น

อันที่จริงบริษัทซะงะมิยะฟู๊ดส์นี้ ไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้างของผมโดยตรงแต่เป็นลูกค้าของผมอีกทีหนึ่งประธานบริษัทนี้คนปัจจุบันเกิดเมื่อปีค.ศ. 1973 เดิมทีทำงานเป็นเซลล์อยู่บริษัทอุตสาหกรรมนมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งจากนั้นก็ได้รับการชักชวนให้มาทำงานที่บริษัทนี้ซึ่งเป็นผู้ผลิตต้องห่วงนี้กระทั่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานบริษัทในที่สุด

เขาได้นำประสบการณ์จากแวดวงอื่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานของตนอีกทั้งยังมีแนวคิดประจำใจว่าเต้าหู้ไม่จำเป็นต้องมีสีขาวและไปส่งซีเรียมเสมอไปจึงเป็นที่มาของการพัฒนาสินค้าจนฮิตติดตลาดและมีเอกลักษณ์หลายชิ้นและที่สำคัญก็คือเค้าใช้วิธีมองและมุ่งไปยังผู้ซื้อกลุ่มใหม่และมีวิธีขายรูปแบบใหม่ซึ่งไม่มีใครคิดออกหรือคิดไม่ถึงว่าจะสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์เต้าหู้ได้เราจึงคาดคะเนความเป็นไปได้ก่อนผลิตสินค้าไม่ใหม่วางจำหน่ายในท้องตลาด

การนำเสนอผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าชิ้นนี้จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิงวัยรุ่นเป็นหลักอีกทั้งยังมีการออกบูธในงานแฟชั่นโชว์พร้อมทั้งมีแจกสินค้าตัวอย่างให้ผู้ที่มาร่วมงานแบบไม่หวงซึ่งผลิตภัณฑ์เต้าหู้แต่งานขายงานแฟชั่นโชว์นี้ที่สร้างกระแสความสนใจของสินค้า

บางคนอาจจะกำลังคิดว่าบริษัทนี้ที่มีต้องแบบแปลกใหม่เป็นตัวกระตุ้นยอดขายว่าจริงแล้วปัจจัยหลักที่สร้างยอดขายคือผลิตภัณฑ์แหวกแนวเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรอก่อนหน้านี้ผมก็ได้เกินไปบ้างแล้วว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทผู้ผลิตต้องอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นและมีความเป็นเลิศในด้านความคิดสร้างสรรค์

การคิดตามองค์ประกอบสามประการของการค้าขาย

ตอนนี้เรามาย้อนดูวิธีขายของร้านอุโอเกะและซอลโก พร้อมกับทบทวนองค์ประกอบสามประการที่เป็นพื้นฐานของการค้าขายกันดีกว่า

1. สินค้า
ราคาทั้งสองนี้ต่างมีความเชื่อมั่นในสินค้าของตนเองโดยร้านหนึ่งจะเชื่อมั่นในซาชิมิส่วนอีกร้านจะเชื่อมั่นในเกลือว่าสิ่งที่ชูรูปรักของร้านให้โดดเด่นและเป็นที่จดจำกลับไม่ใช่สิ่งของแต่เป็นความแปลกใหม่ที่หาได้จากร้านค้าซึ่งขายด้วยเทคนิคแต่แบบได้ผลชะงัดนอกจากนี้ยังมีความสนุกจากการได้เลือกเพิ่มเข้ามารวมถึงการต้อนรับทั้งในลักษณะรูปธรรมและนำมาทำบางครั้งก็เป็นแบบให้เปล่าบ้างก็เป็นแบบคิดค่าบริการและแม้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้านแต่สิ่งหนึ่งที่เป็น. พร้อมกันก็คือวิธีการขายอันนี้เอกลักษณ์จนกลายเป็นพระเอกที่ช่วยชูให้สินค้าโดดเด่นสะดุดตาโดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธียัดเยียดการขาย

2. ผู้ซื้อหรือลูกค้า
ทั้งสองร้านตั้งอยู่ในย่านร้านค้าเดียวกันร้านหนึ่งขายซาชิมิส่วนอีกร้านขายเกลือซึ่งอายุชัยและประโยชน์ใช้สอยของสินค้านี้เองเป็นตัวแปลทำให้แนวคิดต่อกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันไปร้านอุโอะเกะ มีกลุ่มลูกค้าประจำที่ดันโดนเดินทางมาไกลอยู่ด้วยก็จริงแต่โดยส่วนมากจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสียมากกว่าซึ่งเถ้าแก่เนี่ยผู้ทำหน้าที่พนักงานขายกล่าวว่าลูกค้าในย่านนี้จะค่อนข้างเป็นคนช่างเลือกดังนั้นทำให้ขายสินค้าที่ดีในราคาประหยัดเผลอแป๊บเดียวเค้าก็จะเปลี่ยนใจไปหาร้านอื่นกันหมดเพราะอย่างนี้เราถึงต้องอัดเอาการขายซาชิมิบุฟเฟ่มาใช้

ทุกวันนี้รณีได้มีการจัดโต๊ะแล้วก็อีไว้ด้านนอกร้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาแวะเวียนมาเที่ยวในวันเสาร์อาทิตย์ซื้อแล้วกินตรงนั้นได้เลยเพราะการเที่ยวไปกินไปในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำย่านนี้ไปแล้วทางร้านจึงต้องเพิ่มบริการดังกล่าวเพื่อรองรับลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วย

3. บริษัทหรือร้านค้า
องค์ประกอบที่ผมจะให้พิจารณาว่าร้านอุโอะเกะและซอลโก จัดวางร้านตนเองไว้ในตำแหน่งใด

หากมองเพียงผิวเผินร้านอุโอะเกะ ถ้าไม่ได้ต่างจากร้านขายปลาที่มีให้เห็นกันทั่วไปรูปแบบการบริหารร้านนั้นจะต่างจากร้านขายปลาทั่วไปนั้นเป็นเสมือนเครื่องยืนยันว่าท่ามกลางกระแสความนิยมจับจ่ายใช้สอยในซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าการเข้าร้านตามตลาดตอนนี้ก็กำลังจะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเป็นร้านขายปลาสดซึ่งลูกค้าก็จะยอมดันโดนมาซื้อด้วยความเชื่อว่าถ้าเป็นปลาสดก็ต้องร้านนี้เท่านั้นดีไม่ดีเป้าหมายสูงสุดของร้านก็อาจจะเป็นร้านจำหน่ายซาชิมิอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ

ร้านที่ขายด้วยเทคนิคแต่ซึ่งพบเห็นได้ง่ายตามมุมต่างๆ

ผมคิดว่าเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดของการขายด้วยเทคนิคแต่ก็คือการลงมือทำในสิ่งที่ลูกค้าไม่เคยคาดเดาถึงลองนึกย้อนดูสิว่าคุณเคยเจอสินค้าหรือวิธีขายที่ทำให้คุณร้องอุทานด้วยคำว่าตกใจนี่มันอะไรเนี่ยหรือครึ่งจนต้องพูดว่าโอ้โหบ้างหรือเปล่าบางทีคุณอาจพบว่าการขายด้วยเทคนิคแต่น้ำอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิดก็เป็นได้
ตอนแรกที่ผมจะแนะนำเป็นร้านขายปลาสุดเก่าแกชื่อว่าอุโอเกะ ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1933 และดำเนินกิจการอยู่ที่ยอดนี้มาจนถึงปัจจุบันทุกวันนี้ทายาทรุ่นที่สองเป็นผู้สืบทอดกิจการและถึงแม้เถ้าแก่รุ่นที่สองนี้จะอายุอานามรวม 79 ปีแล้วแต่ก็ยังและปลาในคลองใครแล้วทำงานขมีขมันไม่เปลี่ยน

โดยรูปแบบการไข่มีที่ทำต่อเนื่องมากกว่า 17 ปีทำให้ร้านนี้กลายเป็นร้านดังประจำย่านผมเองก็เป็นคนที่ชอบมาซื้อซาชิมิบุฟเฟ่เพราะบ้านอยู่ใกล้ใกล้แต่นอกจากลูกค้าที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงแล้วก็ยังจะมีลูกค้าประจำที่ดันโดนมาไกลด้วยทางร้านจะแรดมาวางไว้ในถาดเสิร์ฟซูชิที่เราคุ้นตาถาดละแปดถึงเก้าชนิดรวมแล้วมีซาชิมิมากกว่า 20 ชนิดเมื่อถึงคิวลูกค้าก็จะสั่งซาชิมิแบบที่ตนเองชอบได้เท่าที่ต้องการหลังจากได้รับออเดอร์จากลูกค้าแล้วเถ้าแก่เนี่ยเล็กหรือภรรยาเจ้าของร้านรุ่นที่สามก็จะทวนออเดอร์อย่างเสียงดังฟังชัดพลังใช้ตะหลิวทอดไปด้วยแล้วตากซาชิมิตามที่ลูกค้าสั่งใส่ถาดโฟมอย่างคล่องแคล่วและบรรยากาศสมกับเป็นร้านบุฟเฟ่ต์โดยแท้

วิธีการขายเป็นเอกลักษณ์ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการกล้าที่จะตัดสินใจลงมือทำและความพยายามอย่างต่อเนื่อง 17 ปีก็คือปัจจัยสร้างแฟนคลับที่เป็นกลุ่มคนของท้องถิ่นทั้งยังดึงดูดบรรดาลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเดินเที่ยวในงานอีกด้วยแต่อีกร้านหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเพิ่งเปิดใหม่ในย่านนี้เมื่อไม่นานมานี้ร้านนี้ชื่อว่าซอลโกล

ร้านนี้จะขายเกลือโดยเฉพาะว่ามองจากรูปแล้วจะเห็นได้ว่าร้านออกแนวเก๋ไก่สไตล์บูติกดูแล้วไม่เหมือนร้านขายเกลือในจินตนาการของคนส่วนใหญ่ทั้งที่ขายเกลือแต่กลับใช้หลอดทดลองมาบรรจุเกลือและแต่งร้านเสียจนเก๋ไก๋

ภายในร้านก็จะมีเกือถึงสาม 19 ชนิดทั้งที่ผลิตในประเทศและนำจากต่างประเทศบันรุและบรรจุในภาชนะรูปทรงหลอดทดลองดูแปลกตาตั้งเรียงรายตามลำดับหมายเลขซึ่งหลอดแก้วเหล่านี้จะมีส่วนผสมและส่วนเสริมความโดดเด่นให้กับสีลรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของเกลือแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็นแบบเกล็ดหรือผง

ขายด้วยเทคนิค แต่หมายถึงอะไร

วิธีขายที่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องนานหลายปีย่อมมีผลสำเร็จตายตัวเป็นเครื่องการันตีผลงานที่สำคัญก็คือสามารถคาดเดาสถานการณ์ได้อย่างจากประสบการณ์และผลงานในอดีตจึงมีความเสี่ยงน้อยแต่ถ้าบรรดาคู่แข่งซึ่งอยู่ในแวดวงเดียวกันใช้วิธีขายเหมือนเหมือนกันหมดจะเป็นอย่างไร

ลองคิดดูสิว่าหากอยู่ในสภาพที่ว่ามีมานานหลายปีเค้าจะเกิดอะไรขึ้นแน่นอนว่าความตื่นตระหนกตื่นตาตื่นใจและความประทับใจของลูกค้าคงค่อยค่อยหมดไปตามกาลเวลาและในที่สุดแล้วสินค้าเดิมๆร้านค้าเดิมๆที่เห็นจนคุณตาก็จะหายไปจากท้องตลาด

บริษัทร้านค้าทุกแห่งล้วนมีวิธีขายของตัวเองที่ปฏิบัติสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นรภายใต้กฎเกณฑ์ซึ่งเป็นที่รู้จักโดยไม่จำเป็นต้องอธิบายและต่อให้ผลิตสินค้าใหม่ออกมาก็ยังคงใช้วิธีการเดิมเหล่านั้นได้ไม่เปลี่ยนแปลงทว่าเมื่อลองมองในอีกมุมหนึ่งวิธีขายแบบเดิมๆนั้นอาจจะไม่ใช่กดหากแต่เป็นเพียงความคิดฝังใจจากธรรมเนียมที่ปฏิบัติมานานปีเท่านั้น

การขายด้วยเทคนิคแต่คือการศึกษาและค้นหาวิธีขายอย่างอิสระเสรีไม่ยึดติดอยู่กับแนวคิดที่ถูกกำหนดเอาไว้ก่อนหนังสือเล่มนี้จะเริ่มต้นด้วยการแนะนำวิธีสร้างความแปลกใจและตื่นตาตื่นใจแก่ลูกค้าโดยใช้แนวคิดด้านวิธีขายที่ควรปฏิบัติจนคุ้นชินนั่นแหละมาเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมุมมอง

ขณะเดียวกันนี้จะเป็นการทดลองและทดสอบความคิดอันโลดโผนและพลังจินตนาการของคุณดังนั้นจงปลดปล่อยความคิดให้เป็นอิสระอย่ายึดติดกับอะไรทั้งสิ้นเราสนุกไปกับการค้นหาวิธีขายแบบใหม่ใหม่กันดีกว่า

ในบทนี้ผมจะยกแนวคิดและวิธีการของร้านค้า 2 ร้าน กับบริษัทอีกครั้งหนึ่งมาเป็นตัวอย่างพร้อมกับย้อนมององค์ประกอบพื้นฐานสามประการได้แก่

1. สินค้า
2. ผู้ซื้อ
3. บริษัทหรือร้านค้า

ระวังอธิบายนี้ผมก็อยากให้คุณย้อนมองบริษัทหรือร้านค้าของตนไปพร้อมพร้อมกันด้วยอ่ะอันดับแรกผมจะขอคำวิธีการดำเนินงานของบริษัทขนาดใหญ่เราเริ่มด้วยเรื่องราวของร้านค้าส่วนบุคคลที่ขายด้วยเทคนิคแต่แล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงามก่อน

การเดินทางไปเมืองหนานหนิง

เมืองหนานหนิงเป็นเมืองหลวงทางพรรคใต้แบนให้เป็นที่รู้จักเท่ากุ้ยหลินแต่ก็มีรถไฟเริ่มต้นและสิ้นสุดผ่าน หลายขบวนเช่น ฮานอยในเวียดนาม คุนหมิง เฉิงตู ซีอาน เจิ้งโจว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หนานชาง กุ้ยหลิน

ส่วนรถประจำทางนอกจากเมืองใกล้เคียงอย่างกุ้ยหลิน ก็ยังมีรถไปถึงกว่างโจรวมถึงรถที่วิ่งไปถึงผิงเซียง
และการเดินทางไปเมืองไขหลี่ โดยรถไฟไขหลี่ จะเป็นเมืองใหญ่ที่มีรถไฟผ่านเช่น คุนหมิง และปักกิ่ง เป็นต้น

ส่วนรถประจำทางในบริเวณเฉียนตงหนาน จะมีรถไปกลับไขหลี่ สม่ำเสมอส่วนลดระยะใกล้ไกลอื่นๆก็มีเช่นรถไปกุ้ยหยาง เมืองหลวงของมณฑลถ้าต้องการเดินทางข้ามเขตจำเป็นต้องนั่งรถไปเมืองชายขอบมณฑลก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนรถข้ามไปอีกมณฑลแม้จะยุ่งยากแต่ก็ไม่ได้ลำบากเนื่องจากระยะทางสั้นสั้นมักจะมีรถวิ่งอยู่สม่ำเสมอตลอดวัน

ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซี

ตั้งอยู่ในเมืองนั้นหนิงเมืองหลวงของมณฑลกว่างซี ภาคใต้ของประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์ชนกลุ่มน้อยตั้งอยู่กลางเมืองไขหลี่ เมืองใหญ่ห่างจากกุ้ยหยางเมืองหลวงของมณฑลกุ้ยโจไปทางตะวันออกประมาณ 150 กิโลเมตร มณฑลกุ้ยโจวอยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซี ตั้งอยู่ในอาคารคอนกรีตแบบราชการข้างในแบ่งออกเป็นสองชั้นชั้นล่างจัดแสดงกลองมโหระทึกสัมฤทธิ์โบราณและงานสำเร็จอื่นๆอีกบ้างส่วนชั้นบนจัดแสดงแบบจำลองอาคารและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของชาวเขาเผาต่างๆในบริเวณกว่างซีลำบากตรงที่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษน้อยไป บัตรราคา 8 หยวน

พิพิธภัณฑ์ชนกลุ่มน้อยตั้งอยู่ในอาคารคอนกรีตสามชั้นจัดแสดงแบบเรียบง่ายดูขายนิทรรศการชั่วคราวมากกว่าพิพิธภัณฑ์แต่ก็ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชาวเผ่าต่างๆในบริเวณเฉีนนตงหนานได้พอสมควรแม้จะแทบไม่มีคำบรรยายภาษาอังกฤษเลย บัตรราคา 10 หยวน

และการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์มณฑลกวางซี รถประจำทางสายหกวิ่งจากสถานีรถไฟผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์

ส่วนการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ชนกลุ่มน้อยรถประจำทางสายหนึ่งจากสถานีรถประจำทางแห่งใหม่ของเมืองไขหลี่
ผ่านวงเวียนกลางเมืองและตรงมาที่ร้านค้าผลิตภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในจตุรัสขนาดใหญ่สุดถนนเจาซานหนานลู่ พอดี

ต้ง

ต้ง คือชนชาติหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มชาวไท ตั้งตระกูลของภาษาที่ใช้ขณะที่ชาวไทยตั้งถิ่นฐานกระจายออกไปในพม่าไทยลาวและเวียดนามชาวต้งยังอาศัยอยู่ในเขตทางใต้ของจีน เช่นหูหนา นกุ้ยโจว และกว่างซีอยู่ต่อไป แตกต่างจากชาวเผ่าอื่นๆที่มักโดดเด่นด้วยศิลปะการประดิษฐ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเผ่าต้มกลับสวมใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่ายกว่าแต่ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมการยอมผ้าของตัวเองไว้กระทั่งปัจจุบันเมื่อยามที่เราเดินทางไปถึงหมู่บ้านเจ้าซิง แถบชายแดนมณฑลกุ้ยโจต่อกับมณฑลกวางซียังคงเห็นแม่บ้านต้งทำการยอมถ้าเช่นนั้นอยู่เหมือนเช่นเป็น ชีวิตประจำวันในอดีต

ขั้นตอนการทำก็คือนำผ้าขาวมาย้อมครามด้วยกันค่อยค่อยเคลีพาจุ่มลงไปในถังครามซึ่งมีทั้งสีน้ำเงินสีดำและสีน้ำตาล แขวนตากให้แห้งอาจนำมาย้อมสามให้ได้สีเข้มคนสม่ำเสมอจากนั้นนำมาทุบด้วยไม้ทุบไปเรื่อยเรื่อยจนพระอ่อนนุ่มได้ที่จึงนำมาเคลือบให้ขึ้นเงาและกันยุงด้วยไข่ขาวเมื่อได้มาพักที่สมบูรณ์แล้วจึงนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าที่ยังคงสวมใส่กันอยู่ทั่วไปแม้กระทั่งมีขายในให้นักท่องเที่ยวด้วยหากซื้อตามบ้านคุณป้าคุณยายในหมู่บ้านราคาจะเพียงแค่ 60 หยวนในขณะที่ร้านค้าในเมืองหรือมีพิพิธภัณฑ์อาจขึ้นราคาไปถึง 200 หยวนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันยากจะหาใครเสมอเหมือนชาวต้ง ไม่ใช่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแต่กลับเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ทำด้วยไม้สิ่งที่พิเศษมากๆก็คือความหมดจดของการออกแบบระบบโครงสร้างไม่ให้ออกมาเป็นอาคารที่มีความซับซ้อนสง่างามโดยไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูเลยโดยเฉพาะอาคารที่สำคัญที่สุดในหมู่บ้านซึ่งก็คือหอกลอง สะพานลมฝน และวิธีแสดงการละเล่น

พิพิธภัณฑ์มณฑลกว่างซีและกุ้ยโจว

Related image

ช่วงเดือนสุดท้ายของเราในแผ่นดินอันกว้างใหญ่พื้นนี้ได้ทุ่มเทกับชนชาติอันหลากหลายที่ครอบครองชายแดนทางใต้ของแม่น้ำช้างจียงหรือจะเรียกว่าทางใต้ของแผ่นดินกลางก็ว่าได้หลังจากหมกมุ่นอยู่กับวัฒนธรรมทางภาคตะวันตกภาคเหนือภาคตะวันตกเฉียงใต้และวัฒนธรรมหลวงของภาคกลางมานานเราปลดปล่อยตัวเองออกจากวังวนความเป็นฮั่น แล้วมุ่งหน้าสู่ขุนเขาลำเนาไพรส์อันอุดมสมบูรณ์ของพรรคตายที่ซึ่งสวยงามเรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในโลกสมัยใหม่บางป้ายรถสนิยมของรัฐบาลปัจจุบันชนกลุ่มน้อยหรือชาวเขาในบริเวณนี้มีความหลากหลายจนเวลาเพียงเดือนเดียวไม่เพียงพอที่จะรู้จักได้ทั้งหมดแต่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดทั้งจากการเดินทางจริงกินและนอนหรือพบปะพูดคุยกับพวกเขาและจากการศึกษาเพิ่มเติมเพียงฝ่ายเดียวตามพิพิธภัณฑ์

ชีวิตชาวเขาเป็นแบบจำลองของสังคมที่กำลังจะสูญหายไปจากปัจจุบันนึงเพราะเป็นพัฒนาการขั้นสูงของสังคมที่พึ่งพาอยู่ร่วมกันธรรมชาติในขณะที่โลกกำลังหมุนไปสู่ยุคเทคโนโลยีที่ไม่ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่กลับสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกมาแก้ปัญหาหนึ่งหนึ่งเพียงเพื่อสิ่งนั้นจะได้ก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งพี่มาแทนแต่โลกก็เดินทางมาไกลมากอาจจะไกลเกินไปที่จะหยุดแล้วย้อนกลับไปใหม่ได้

อีกครั้งที่เราเดินทางโดยรถไฟจากเซี่ยงไฮ้เมืองที่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของสภาพสังคมวัตถุนิยมแบบปัจจุบันมาถึงหวยฮว่า เมืองชุมทางรถไฟทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนานแล้วตอบรถประจำทางข้ามทุ่งนาป่าเขาต่อไปอีกประมาณ 4 ชั่วโมงเพื่อจะให้ได้ไปถึงเมืองใหญ่ของชาวเขาเผ่าเหมียวที่ชื่อว่าเฟิ่งหวง จุดเริ่มของเส้นทางศึกษาวัฒนธรรมชาตินิยม

ย้อนหลังกลับไปเมื่อครั้งโบราณงานศิลปะที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดของวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยก็คือกลองมโหระทึกที่ทำจากสัมฤทธิ์ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลายในบริเวณตอนใต้ของจีนไปยังกระจัดกระจายออกไปใกล้ถึงเวียดนามลาวไทยมาเลเซียและอินโดนีเซียด้วย

ก็มโหระทึกในพิพิธภัณฑ์มณฑลนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นที่นิยมในบริเวณนี้ด้วยจำนวนที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์มีมากกว่า 50 ชิ้นแรกที่ค้นพบในมณฑลมีมากกว่า 1000 ชิ้นเลยทีเดียวรวมไปถึงชิ้นเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งในจีนก็คือ 2000 ปีโดยประมาณและชิ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยแต่ความมีเสน่ห์ของโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่อายุหรือขนาดแต่อยู่ที่เรื่องราวที่ถูก เราเล่าๆรูปร่างทรงกลมเหล่านั้นโดยทางตรงแล้วกลองสัมฤทธิ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเชิงศิลปะและงานช่างทางศิลปะการหล่อการวาดการปั้นส่วนทางอ้อมภาพที่เล่าในเชิงชิ้นงานแสดงเห็นถึงพิธีกรรมศิลปะดนตรีการละเล่นเป็นระบำและเดี๋ยวอีกมากมาย