ขนมถ้วย

ขนมถ้วย

ขนมถ้วย

“ขนมถ้วยตะไล” หรือเรียกสั้นว่า “ขนมถ้วย” ขนมหวานแบบไทยๆ ที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่เด็ก และมีติดโต๊ะอาหาร หลังรับประทานอาหาร เป็นขนมล้างปากได้อย่างดีทีเดียว

ส่วนผสม

ส่วนที่ 1 ตัวขนม

  • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
  • แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งท้าว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 50 กรัม
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หางกะทิ 50 มิลลิลิตร
  • น้ำใบเตย 200 มิลลิลิตร

ส่วนที่ 2 หน้าขนม

  • กะทิ 250 มิล
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

ขั้นตอน

  1. มาเตรียมส่วนประกอบกันก่อนนะคะ
  2. เริ่มจากน้ำแป้งมัน แป้งท้าวและแป้งข้าวจ้าวมารวมกัน
  3. ตามด้วยน้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าวและกะทิ
  4. นวดๆๆๆให้เข้ากัน แล้วใส่น่ำใบเตยลงไป
  5. ผสมเข้ากันเรียบร้อยนำไปกรอง. พักเอาไว้
  6. มาทำหน้าขนมกันคะ ใส่กะทิ เกลือ และแป้งมันเข้าด้วยกัน และ นวดๆๆๆๆ แล้วนำมากรองเช่นกันคะ
  7.  นำถ้วยตะไล มานึ่งให้ร้อนก่อนนะคะ แล้วหยอดตัวขนม ครึ่งถ้วย นึ่งประมาณ 20 นาที
  8. พอครบ 20 นาที เปิดฝา หยอดตัวหน้าขนมให้เต็ม นึ่งต่ออีก 20 นาที
  9. รอให้เย็นสักพัก ให้ตัวขนมแข็งตัว แล้วรับประทานได้เลยคะ

เค้กวานิลลามันม่วงสูตรนึ่ง

เค้กวานิลลามันม่วงสูตรนึ่ง

เค้กวานิลามันม่วงสูตรนึ่ง สีหวานจากเนื้อมันม่วง เพิ่มความละมุนด้วย เค้กวานิลลา

ไม่มีเตาอบนึ่งก็ได้จ้าแต่ถ้าใครจะนำไปอบก็อบได้นะคะ ปรับน้ำตาลอีกทีตามชอบเลยค่ะ

ส่วนผสม

  • ส่วนผสมตัวเค้กมันม่วง

  • แป้งสาลีตราพัดโบก 120 กรัม
  • มันม่วงนึ่ง 80 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • นมจืด 30 มล
  • น้ำมันรำข้าว 30 มล
  • กลิ่นวานิลลา 1/4 ชช
  • เกลือป่น 1+4 ชช
  • ผงฟู 1+1/2ชช
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง

    ส่วนผสมเค้กวานิลลา

  • แป้งสาลีตราพัดโบก 120 กรัม
  • น้ำตาลทราย 80 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • นมจืด 30 มล
  • น้ำมันรำข้าว 20 มล
  • กลิ่นวานิลลา 1/4 ชช
  • ผงฟู 1+1/2 ชช

ขั้นตอน

  1. นำมันม่วงไปนึ่งทั้งเปลือก ราวุธ จากนั้นปอกเปลือกออกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  2. ปั่นมันม่วงนึ่ง ไข่ไก่ น้ำตาลทราย นมจืด เกลือป่น น้ำมันรำข้าวและกลิ่นวานิลา จนละเอียดเนียนเทใส่ชามผสมพักไว้
  3. ร่อนแป้งและผงฟูรวมกัน1-2รอบ
  4. แบ่งแป้งผสมในของเหลวทีืปั่นแบ่งใส่สามรอบตนจนแป้งละลายพักแป้งไว้30นาที
  5. ทำตัวเค้กวานิลา เริ่มจากผสมไข่ไก่ น้ำตาลทราย นมจืด น้ำมันรำข้าว เกลือป่นและกลิ่นวานิลลาคนจนเข้ากัน พักไว้
  6. ร่อนแป้งและผงฟูแบ่งผสมสามรอบคนจนแป้งละลายพักไว้30นาที และ เมื่อพักแป่งครบตามเวลาคนไล่ฟองอากาศตัก
  7.  ตักใส่พิมตามชอบ นำไปนึ่งไฟแรงนาน15-20นาทีหรือจนขนมสุก ถ้าต้องการให้หน้าไม่แตกใช้ไฟปานกลางนึ่งนาน15-20นาที

คุกกี้กล้วยตาก ใช้แป้งเค้ก- ไม่ใส่ไข่

คุกกี้กล้วยตาก ใช้แป้งเค้ก- ไม่ใส่ไข่

คุกกี้กล้วยตาก ใช้แป้งเค้ก- ไม่ใส่ไข่

คุกกี้กล้วยตาก ใช้แป้งเค้ก- ไม่ใส่ไข่

กล้วยตาก แม่ซื้อมาฝากจากทริปเที่ยวคราก่อนไม่หมดซักที และแป้งอเนกประสงค์ก็หมดด้วย!! ใช้แป้งเค้กเนี่ยแหละ

ส่วนผสม

  • แป้งเค้ก 100 กรัม
  • น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม (ลดหวานหากไม่ชอบ)
  • เนย 100 กรัม
  • วนิลา 1 ช้อนชา
กล้วยตาก หั่น ตามชอบ

ขั้นตอน

1.ตีเนย น้ำตาล ขึ้นฟู ใส่แป้ง นวดจนเป็นก้อน ใส่กล้วยตากหั่นตามชอบ นวดเตรียมไว้

2.ปั้นเป็นรูปร่าง ตามชอบ

3.อบได้ทั้งเตาอบไฟบนล่าง 150 / 15-17 นาที หรือ เตาอบลมร้อน 170 / 20 นาที (เวลาการอบขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นคุกกี้)

4.พักให้เย็น เก็บใส่ภาชนะปิดฝา หรือแจกจ่าย

5.การใช้แป้งเค้กทำคุกกี้จะได้เนื้อคุกกี้ลุ่ยๆ หากไม่ชอบ แนะนำแป้งอเนกประสงค์แทนเลยจ้า

 

คัพเค้กส้มหน้านิ่มสูตรนึ่ง

คัพเค้กส้มหน้านิ่มสูตรนึ่ง

คัพเค้กส้มหน้านิ่มสูตรนึ่ง

คัพเค้กส้มหน้านิ่มสูตรนึ่ง

ไม่มีเตาอบ ก็ทำขนมได้ค่ะ ตัวเค้ก ดัดแปลงจากสูตรเค้านิดหน่อย เพราะเราจะนึ่ง
ตัวหน้านิ่ม

ส่วนผสม

  • ตัวเค้ก—
  • แป้งเค้ก 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 90 กรัม
  • นมจืด 40 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เนยเค็มละลาย 50 กรัม
  • น้ำส้มซันควิก ยี่ห้อนี่เปรี้ยวดี 40 กรัม
  • กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา
  • หน้านิ่ม—
  • แป้งข้าวโพด 25 กรัม
  • น้ำเปล่า 300 กรัม
  • น้ำส้มซันควิก 70 กรัม
  • น้ำตาลทราย 110 กรัม
  • เนยเค็มละลาย 25 กรัม
กลิ่นส้ม 1/2 ช้อนชา

1. แปะที่มา (ขอขอบพระคุณกระทู้นี้อย่างสูงค่ะ)

2. ร่อนแป้ง กับผงฟูเข้าด้วยกัน

3. ตีไข่ ใส่น้ำตาล ตีให้น้ำตาลละลายเข้ากันดี

4. พอละลายเข้ากัน แล้วใส่นม น้ำส้ม และกลิ่นส้มลงไป ตีให้เข้ากันกับไข่ เราใช้น้ำส้มแบบนี้ มันจะหนืดๆข้นๆหน่อย เพราะเราใช้แบบไม่ผสมน้ำ พยายามตีให้เข้ากันกับส่วนผสมอื่นนะคะ

5. ค่อยๆใส่แป้งลงไปตี  ใส่เนยละลาย ตีให้เข้ากันจนเนื้อเนียน

6. ตักใส่ถ้วยประมาณ ครึ่งถ้วย เพราะต้องเว้นที่เผื่อฟูกับเผื่อใส่หน้านิ่ม (ถ้าถ้วยเล็กกว่านี้ ใส่1/4ของภาชนะพอ ไม่งั้นจะไม่มีที่ใส่หน้านิ่ม)

7. นึ่งไฟแรงประมาณ10นาที เอาส้อมจิ้มทดสอบดูว่าสุขหรือยังถ้าไม่มีน้ำเหลวๆติดมา ยกออกมาพักให้เย็นลง

8. ระหว่างรอนึ่งเค้กมาทำหน้านิ่มกัน เอาน้ำส้มผสมน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน เราใส่กลิ่นส้มเพิ่มด้วย จะได้หอมๆ

9.ใส่น้ำตาล ตามด้วยแป้งข้าวโพด คนให้เข้ากัน นำใส่หม้อหรือกะทะก้นลึก ใช้ไฟกลาง ค่อยๆกวนไป

10. กวนจนกว่าจะใส แล้วหนืดขึ้น คนชอบหนืดมากก็กวนต่อไป555 ถ้าพอใจแล้วปิดไฟเตาค่ะ (ปิดเตาแล้วใส่เนยที่ละลายแล้วลงไป แล้วคนให้เข้ากัน)

11. พักไว้สักพักจนหายร้อน หรือถ้ารีบก็เอาหม้อไปตั้งคนบนน้ำเย็นและเทหน้านิ่มที่ได้ ลงบนเค้ก

เค้กชาไทยนมสดไข่มุกหน้านิ่ม

เค้กชาไทยนมสดไข่มุกหน้านิ่ม

เค้กชาไทยนมสดไข่มุกหน้านิ่ม

อยากทำเค้กแบบนึ่งแต่ยังไม่เคยลองทำเลยรวบรวมความรู้เท่าที่มีลองทำ​จนสำเร็จ

ส่วนผสม

2ปอนด์

  • แป้งเค้ก​ 100 กรัม
  • น้ำมันพืช​ 50 กรัม
  • นมสด​ 80 กรัม
  • น้ำชาไทย​ 3 ช.ต
  • ไข่ไก่​ 2 ฟอง
  • น้ำตาลทรายป่น​ 100 กรัม
  • เกลือ​ 1/4​ ช.ช
  • ผงฟู​ 2 กรัม
  • sp​ 10 กรัม
  1. เตรียมส่วนผสม​ เตรียมลังถึงใส่น้ำเปิดไฟกลาง
  2. ใส่ส่วนผมทุกอย่างลงในอ่างผสม(ยกเว้นน้ำมะนาว)​ตีด้วยสปีดต่ำให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วเปิดสปีดแรงสุดตีประมา4-5นาที
  3. เทใสพิมพ์2ปอนด์เคาะ1-2ครั้งไล่ฟองอากาศ​ นึ่งประมาณ15นาทีสุกแล้วเอาออกจากลังถึงคว่ำบนลงตระแกรงพักให้เย็น
  4. น้ำชาไทยเราใช้ของเนสเล่ท์ **(ตัวเค้กใช้1ช.ช​ ละลายน้ำร้อน40กรัม)**(ตัวหน้านิ่มใช้2ช.ช​ ละลายน้ำร้อน200กรัม)​
  5. ส่วนผสมหน้านิ่ม>>น้ำชาไทย200กรัม>>นมข้นจืด300กรัม>>นมข้นหวาน125กรัม>>ผงเจลาติน8กรัม>>เกลือ1/4ช.ช>>แป้งเข้าโพด40กรัม>>เนยสด60กรัม>>>นำส่วนผสมใส่หม้อ(ยกเว้นเนยสด)​ใช้ไฟต่ำกวนด้วยตระกร้อมือจนเริ่มข้นจับตัวกันดียกลงจากเตาใส่เนยลงไปกวนส่วนผสมจะขึ้นเงาสวย​ ห่อเค้กด้วยพลาสติกพันเค้ก​ พอส่วนผสมเริ่มอุ่นให้นำไปราดลงบนตัวเค้กแล้วรอให้หน้าเซ็ตตัวเย็น
  6. วิธีต้มไข่มุก1ถ้วยตวงมตั้งน้ำให้เดือดใส่ไข่มุกลงไปต้มคนด้วยตระกร้อมือตลอดจนสุก15นาทีตักออกใส่กระชอนราดด้วยน้ำเปล่าล้างแป้งที่เหนียวๆออก2รอบใสน้ำเชื่อม3ชตไม่ให้เม็ดมุกติดกัน

เค้กชาไทยสูตรนึ่ง

เค้กชาไทยสูตรนึ่ง

เค้กชาไทยสูตรนึ่ง

 

เค้กชาไทยนึ่งไม่มีเตาอบก็ทำได้ค่ะ ปรับน้ำตาลอีกทีนะคะ ถ้าชอบหวานมันใช้นมข้นหวาน นมข้นจิดเพิ่มได้เลยค่ะ แป้งสาลี แป้งเค้ก แป้งเอนกประสงค์ทำได้หมดค่ะ กรณีต้องการนึให้หน้ากลมสวยใช้ไฟปานกลางในการนึ่งค่ะ

ส่วนผสม

  1. แป้งสาลีพัดโบก 120 กรัม
  2. ผงชาตรามือ 1 ชต
  3. นมจืด 50 มล
  4. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. น้ำมันรำข้าว 25 มล
  7. เกลือป่น 1+4 ชช
ผงฟู 1+1/2 ชช

ขั้นตอน

  1. ชงชาโดยแช่ผงชาตรามือในนมร้อนจนได้สีเข้มตามชอบ กรองผงขาออกให้เหลือแต่น้ำพักไว้ให้เย็น
  2. ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย  น้ำมันรำข้าว เกลือป่น กลิ่นวานิลลา น้ำชา ใว้ในชามผสมคนให้เข้ากัน
  3. ร่อนแป้งและผงฟู 1-2รอบ จากนั้นแบ่งผสมสามรอบตะล่อมแป้งให้เข้ากัน พักแป้งไว้30นาที
  4. เมื่อพักแป้งครบตามเวลาคนไล่ฟองอากาศตักใส่พิมนำไปนึ่งหลังน้ำเดือดใช้ไฟแรงนึ่งนาน15-20นาทีหรือจนขนมสุก

 

เค้กฝอยทองนึ่ง

เค้กฝอยทองนึ่ง

เค้กฝอยทองนึ่ง

เค้กฝอยทองนึ่ง

เค้กนึ่ง เมนูขนมที่จะชวนเพื่อนๆ มาทำในวันนี้เป็นขนมที่ไม่ต้องใช้เตาอบในการทำค่ะ เป็นเค้กฝอยทองสูตรนึ่งนั่นเอง เนื้อเค้กนุ่มๆ ตัดกันได้ดีกับรสชาติหวานของขนมไทยอย่างฝอยทอง

วัตถุดิบเค้กฝอยทองนึ่ง – เค้กนึ่ง สำหรับ 9 ชิ้น เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที

  • 1. แป้งเค้ก 200 กรัม
  • 2. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  • 3. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • 4. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • 5. น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • 6. เนยละลาย 300 กรัม
  • 7. นมสด 1 ถ้วยตวง
  • 8. น้ำมะนาว 1 ลูก
  • 9. ฝอยทอง ตามชอบ อุปกรณ์ที่ใช้ ลังถึง พิมพ์สี่เหลี่ยม

วิธีทำเค้กฝอยทองนึ่ง – เค้กนึ่ง

  1. ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา 2 รอบ พักไว้
  2.  ตีไข่ น้ำมะนาว น้ำตาลทราย นมสด จนเข้ากัน
  3. นำแป้งที่ร่อนไว้ใส่สลับกับเนยที่ละลายแล้ว ตีพอเข้ากัน
  4. นำฝอยทองรองก้นพิมพ์กดให้แน่นๆ หยอดเนยละลายลงที่ฝอยทองนิดหน่อย เทส่วนผสมใส่พิมพ์
  5. ตั้งลังถึงให้น้ำเดือด นำเค้กไปนึ่งประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วคว่ำพิมพ์ลง จัดเสิร์ฟ

D.I.Y. แจกันดอกไม้ จากขวดน้ำอัดลม

D.I.Y. แจกันดอกไม้ จากขวดน้ำอัดลม

D.I.Y. แจกันดอกไม้ จากขวดน้ำอัดลม

D.I.Y. แจกันดอกไม้ จากขวดน้ำอัดลม

ขอนำเสนอไอเดียเด็ดๆ ทำได้ง่ายๆ แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น สิ่งที่จำเป็นก็คือ ขวดน้ำอัดลมล้างสะอาด ไม้ขนาดยาวประมาณ 1 ฟุด หนา 1.5-2 นิ้ว ขึ้นอยู่กับจำนวนของขวด

  • ตะขอแขวน
  • ตะปู
  • กรรไกรตัด
  • ค้อนตอกตะปู

เมื่อได้อุปกรณ์ต่างๆ ครบแล้ว

  1. ขั้นตอนแรก ให้ทำการตัดขวดน้ำ ลักษณะดังภาพ หรือ จะรูปทรงอื่นๆ ก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ไอเดียจะสร้างสรรค์กันนะครับ ไม่จำเป็นต้องวัดขนาดอะไรให้มากมาย ดูตามความเหมาะสม เพราะนี่มันคือ ศิลปะ เอียงบ้าง บิดเบี้ยว ก็สวยไปอีกแบบ ไม่ซ้ำใครด้วยนะ อ้อ อย่าลืมเจาะรูใต้ขวด สำหรับคนที่ต้องการใช้เป็นกระถาง แต่หากใช้เป็นแจกันใส่ดอกไม้ ไม่ต้องเจาะค่ะ
  2. ใช้ตะขอขันติดร่วมกับคานไม้ที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ทำนการนำขวดที่ตัดเสร็จแล้ว ตอกตะปูตัวเล็ก ลงที่คานไม้ ใช้ขวด 4 ขวด ต่อ 1 ชุด ควรตอกให้แน่น สัก 3 ตัว เพื่อรองรับกับน้ำหนักเมื่อใส่น้ำ หรือดิน และต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ ของคุณ ส่วนจะใส่อะไรไปนี้ ก็แล้วแต่ความชอบ อาจเป็นดอกไม้ ต้นไม้ เมล็ดพันธุ์พืช ก็จะดี ได้เห็นการเจริญเติบโตกันไปเรื่อยๆ ลองทำดูนะครับ เมื่อเรารักโลก โลกก็จะรักเราค่ะ

บทส่งท้าย

บทส่งท้าย

บทส่งท้าย

บทส่งท้าย

ผมเพื่อนไว้ต้องแต่ในบทนำว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือสอนวิธีประชาสัมพันธ์และถ้าลอง นึกย้อนกลับไปพิจารณาเนื้อหาบทต่างๆคุณจะเข้าใจเราจริงๆว่าผมพูดถึงแนวคิดสำหรับการจัดระเบียบและการสะสางปัญหาด้วยการใช้วิธีประชาสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ

ผมคิดว่าพอใครได้ยินคำว่าการประชาสัมพันธ์ก็คงจะนึกถึงความเก๋เท่แต่แท้จริงแล้วว่าการประชาสัมพันธ์ยังมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่

อย่างเช่นบริษัทอาจจะทุ่มเงินและความอุตสาหะเพื่อรังสรรค์สินค้าแต่ถ้าผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนไม่ได้ดีเยี่ยมหรือต่างจากที่เคยมีมาจริงๆคุณคิดว่าการประชาสัมพันธ์จะประสบความสำเร็จได้หรือ

ในขณะเดียวกันต่อให้พยายาม นำเสนอคุณภาพและความแปลกใหม่ของสินค้าเพื่อดึงดูดความสนใจมากแค่ไหนแต่ตราบใดที่ลูกค้าไม่คิดอย่างนั้นการประชาสัมพันธ์ก็คงเปล่าประโยชน์เช่นกัน

หรือถ้าคิดจะนำเสนอผ่านสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรือโทรทัศน์ก็ต้องทำความเข้าใจไว้ก่อนเลยว่าการประชาสัมพันธ์ลักษณะนั้นย่อมมีกรอบจำกัดนอกเสียจากว่าคุณจะลงทุนซื้อโฆษณา

เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่คุณจะต้องเปลี่ยนมุมมองและเริ่มต้นพิจารณาเกี่ยวกับวิธีการขายอันเป็นยุทธวิธีขั้นพื้นฐานของการตลาดในแบบที่เหมาะสมกับตนเองได้แล้ว

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

แม้แต่สินค้าทางการเกษตรก็ยังขายด้วยโครงสร้าง

ช่วงหลายปีมานี้ผมได้มีโอกาสทำงานด้านการให้การสนับสนุนเหล้าเกษตรกรเช่นร่วมงานกับสมาคมความร่วมมือด้านการเพาะปลูกผักโคริยามะ จังหวัดฟุกุชิมะรวมทั้งโครงสร้างเกษตรอินทรีย์ถนอมพื้นดินของบริษัท Santa Fe Natural Tobacco Japan  เป็นต้น

การเข้าไปมีส่วนร่วมดังกล่าวทำให้ผมได้สัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่ตนเองก็ไม่เคยสังเกตและหวนกลับมาคิดเกี่ยวกับโครงสร้างสำหรับการขายผลผลิตทางเกษตรกรของญี่ปุ่นว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน โครงสร้างที่ผ่านมาแล้วลองท้าทายกับวิธีการใหม่ใหม่ดูบ้างสักที

ที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นมีพ่อค้าคนกลางระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคซึ่งกลายเป็นโครงสร้างที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่าจะมีเกษตรกรบางรายเริ่มขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็ตามทีกว่านั้นเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็เตือนให้รู้ว่าโครงสร้างที่เคยปฏิบัติมานั้นเปราะบางแค่ไหน

อย่างเช่นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในฟุกุชิมะเมื่อปีค.. 2011 หลังจากเหตุการณ์สงบลงก็มีเชฟมืออาชีพจำนวนมากเดินทางไปยังเมืองโคริยมเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมและสมาคมความร่วมมือด้านการเพาะปลูกซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูท้องถิ่น ก็ได้จะพาทัวร์นักชิมจากโตเกียวหลาย 10 คนไปชมสวนผักและมีกิจกรรมให้ทำเช่นเข้าสวนถอนหัวไชเท้าขึ้นมากินแบบสดๆชิมน้ำฟักทองน้ำแครอทที่คันสดแวะซื้อของในตลาดท้องถิ่นและตบท้ายด้วยการอิ่มอร่อยกับเมนูผักจากเมืองนี้